กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาและถูกพูดถึงอย่างหนักบนโลกโซเชียล เมื่อผู้จัดและนักแสดงรุ่นใหญ่ “นก-จริยา แอนโฟเน่” ได้ออกมารายการบันเทิงเล่าย้อนวีรกรรมสุดแซ่บในอดีต เกี่ยวกับเส้นทางชีวิตคู่กว่าหลายสิบปีกับสามีสุดหล่อ “จอนนี่ แอนโฟเน่” โดยเปิดเผยเรื่องราวสัญชาตญาณเมียหลวงสุดแม่นยำและได้ข้อมูลจากเครื่องดักฟังโทรศัพท์ จนสืบรู้ความจริงว่าสามีแอบไปสานสัมพันธ์กับดาราสาวร่วมวงการ ก่อนรุดเดินทางไปบุกเคลียร์ใจถึงกองถ่ายเพื่อจบปัญหาตั้งแต่ต้นลม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด “นก จริยา” ได้เดินทางมาร่วมงานประกาศรางวัลเชิดชูเกียรติ PATTAYA INTERNATIONAL FLIM FEST 2026 ครั้งที่ 4 ณ โคลอสเซีนม โชว์ พัทยา กฌได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน เผยว่าเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานมากแล้วตั้งแต่สมัยยังวัยรุ่น ปัจจุบันกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าสนุกๆ ขำๆ ไม่ได้มีเจตนาจะตอกย้ำหรือทำร้ายใคร และไม่ได้สนับสนุนเรื่องการนอกใจ ะเลือกที่จะมองในมุมบวก เพื่อให้ชีวิตคู่เดินทางมาได้อย่างยาวนานและมีความสุขในที่สุด พร้อมยอมรับตอนนี้คายตะขายให้ลูกๆ เป็นทายาทอสูรมาช่วยสานต่อ และดูแลแทนด้วย

นก จริยา เผยว่า “ผลงานตอนนี้ก็ผลิตอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน ก็เป็นความโชคดีที่พี่ๆ ผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู อย่างเช่นผลิตอยู่กับ MONO ผลิตอยู่ก็มี True แล้วก็ผลิตกับช่อง 3 ด้วย แล้วก็ยังพยายามขยายงาน เพราะตอนนี้ลูกมารับช่วงออกไปเป็นรูปแบบต่างๆ ด้วย ก็ฝากด้วยนะคะ ซึ่งพอมีลูกๆ มาช่วย เราก็สามารถทำงานได้เยอะขึ้น พอลูกๆ มาช่วยมุมมองมันเปิดกว้าง ต้องใช้คำว่ามุมมองของคนวัยที่งานที่สะสมมา แล้วก็จริงๆ แล้วสายตาของการมองเห็นอนาคตในวัยของพี่ต้องไม่หยุดพัฒนาด้วย แล้วลูกเขาเอางานเกณฑ์จากทั่วโลกมาเสิร์ฟให้เราดู มาเสิร์ฟให้เราเห็นว่าตอนนี้มีอะไรใหม่บ้าง แล้วก็อีกอย่างนึงในมุมมองของเด็กรุ่นใหม่ตอนนี้มันเป็นอะไรที่พี่มีความรู้สึกว่า ห้ามแบ่ง ห้ามแบ่งว่าฉันโตวัยนี้ ฉันรู้เยอะกว่าเธอ คือพี่ว่า ทุกวัยมันต้องเรียนรู้ไปพร้อมกัน ลูกจะบอกว่าเคารพประสบการณ์พ่อแม่เพราะผ่านมาก่อน แต่พ่อแม่จะให้เกียรติวิสัยทัศน์ของเด็กรุ่นใหม่ แล้วก็เอามาบวกกัน พี่ว่ามันได้บวกกับบวก ได้ทั้งเรื่องความสนุก ได้เรื่องความทันสมัย แล้วก็เป็นการต่อยอดให้เจนใหม่ๆ เขามีไฟในการทำงาน แต่ก็ถือว่าพี่ยังดูแลอยู่ในส่วนการเป็นเฮด เพราะว่าคอนเนกชันของเรายังมีประโยชน์ แล้วเขาก็จะมาสวมเรียนรู้ แล้วก็นั่นแหละทายาทอสูรนะคะ (หัวเราะ) 

แต่เราก็ต้องเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย เรื่องเทคโนโลยีเราก็ห้ามตกหล่น เราก็เรียนรู้ตลอด แล้วเด็กเขาอยู่ในโลกของวิทยาการใหม่ๆ เขาก็เอามาเสริม พวกเราอยู่ในวงการสื่อพวกเราต้องอัปเดตตัวเองตลอดเวลา (ที่บอกว่าทายาทอสูร หรือเราจะคายตะขาบแล้ว?) คายตะขาบแล้วค่ะ (หัวเราะ) คายแล้วค่ะ แล้วก็ลูกพี่ 3 คน ทุกคนเรียนฟิล์มหมดเลย แต่ว่าก็กระจายตัวกันทำงานอยู่ในวงการสื่อเนี่ยแหละรอบๆ นี่แหละ เราสบายใจในระดับหนึ่งที่มีคนมารับช่วงต่อ เพราะว่าคืองานที่เราทำมาหลายสิบปี มีลูกมารับช่วงต่อ แล้วมันมองเห็นว่าเขาจะเดินก้าวไปทางไหน แล้วพัฒนางานแบบไหน ืเราก็คอยประคับประครองแล้วตอนนี้ ถ้าถามว่าความที่เป็นลูกเรามันกดดันน้องๆ มั้ย แน่นอนว่ารุ่นเด็กๆ ส่วนใหญ่เขาจะมีความกดดันว่า มันจะถูกเปรียบเทียบโดยอัตโนมัติ แต่ว่าเราก็บอกว่า มันหนีการเปรียบเทียบไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นทำงานไปให้เต็มที่ งานมันก็จะเป็นตัวบอกเอง เพราะว่ามันหนีไม่ได้อยู่แล้ว ว่าทุกคนรู้จักเขาในนามลูกเรา แต่ในเมื่อเขาได้รับโอกาสตรงนี้ เขาก็ทำงานของเขาให้เต็มที่ไป และถ่สถามว่าตอนนี้ก็ยังมีลายเซ็นของพ่อกับแม่อยู่นะคะ แต่ว่ามันก็คงค่อยๆ แปรรูป พี่คิดว่า มันก็คงค่อยๆ พัฒนา เปลี่ยนแปลง แปรรูปไปทีละหน่อยๆ เราก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาแปรรูปด้วย”

นก จริยา เผยว่า “สำหรับประเด็นเรื่องพี่จอนนี่ที่เล่าแอบกิ๊กดาราสาว อ๊าย! (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องที่เอามาเล่าแล้วก็คือเรื่องขำๆ แล้ว ว่ามันแบบเป็นหลายสิบปีแล้ว วันนั้นไม่มีในสคริปต์ พี่บอกว่ามดดำถามมาเลย (หัวเราะ) มันไม่มีในสคริปต์ แล้วก็ต้องบอกว่าพี่ก็อายเหมือนกันนะ อายุขนาดนี้แล้วยังจะมาพูดเรื่องแบบนี้ ต้องบอกน้องๆ ว่าจริงๆ แล้ววันนั้นมันไม่ได้ตั้งใจจะพูดเรื่องนี้ มดดำจี้จุดถามไม่หยุด แล้วนางก็เป็นน้องไง นางก็รู้จุดเรา นางก็ใส่ใหญ่เลย ก็ไม่เป็นไรเพราะว่าจริงๆ แล้วพี่ว่าเดี๋ยวนี้มันเอามาเล่าเป็นเรื่องขำๆ แล้ว (หัวเราะ) อย่าซีเรียสกับชีวิตเยอะ ถามว่าเราสนับสนุนเรื่องแบบนี้มั้ย เราไม่สนับสนุน แต่ว่าในความที่ประคับประครองชีวิตคู่ของพี่เนี่ย 1พี่ไม่ได้เป็นคนเอาเป็นเอาตายกับทุกๆ เรื่อง พี่มีความรู้สึกว่าทุกคนไม่ได้เป็นมนุษย์ที่เพอร์เฟกต์ มันมีความไม่สมบูรณ์กัน แล้วอะไรที่เราคุยกันได้ อะไรที่เราอภัยกันได้ แล้วเราประสานกันได้ เราก็มองแต่มุมดีๆ ของกันดีกว่า ซึ่งนั่นเป็นแนวคิดพี่ ซึ่งจริงๆ แล้วสามีน่าสงสาร โดนพี่เม้าท์ตลอดเลย แล้วพี่เม้าท์ตลอด แล้วเขาบอกว่าผมไม่เคยได้แก้ข่าว (หัวเราะ) ถ้าถามว่าสามีงินมั้ยเวลาพูดถึงในรายการ เขาไม่อยากจะใส่ใจแล้ว เพราะว่า น้องๆ เนี่ยแหละตัวถาม (หัวเราะ) อายเหมือนกันนะ เพราะว่า อะไรเนี่ย 60 แล้วยังจะมาพูดเรื่องนี้ แต่ว่าให้ฟังเป็นเรื่องขำๆ กันไปนะคะ เป็นเรื่องเล่าโจ๊กๆ ส่วนถ้าให้แชร์มุมมองชีวิตคู่คือบางคนจะถามในมุมมองที่ว่าช่วยแชร์เรื่องชีวิตคู่หน่อย เราก็จะแบบว่าถ้ามุมของพี่ ถ้าเรายังรักกันดี อะไรผิดบ้าง พลาดบ้าง แล้วคุยกันรู้เรื่อง แล้วเรายังอยู่ในจุดที่บวกกัน เราก็อย่าให้ชีวิตมันเหนื่อยนัก ในมุมพี่นะ แต่ว่าถ้าเคสของคนอื่นใดๆ พี่ก็ไม่กล้าเอาความคิดเห็นไป 

แต่ถ้าถามว่าดาราสาวคนนั้นยังอยู่ในวงการมั้ย โอ๊ย! อย่าไปพูดถึงเขาเลย เกรงใจๆ เอาจริงๆ นะทุกวันนี้พี่ไม่มองว่า พี่เป็นคนที่ยิ้มกับทุกคนได้เต็มที่ มันเป็นเรื่องตามวัยตอนวัยรุ่น ตอนนี้กอดกับทุกคนได้หมด จริงๆ ด้วยความจริงใจ มันก็ (กรี๊ด) จริงๆ มันอาย แล้วก็สงสารคนที่เราพูดถึง สงสาร ส่วนลูกกๆ เขาก็รู้ๆ อยู่แล้ว เพราะว่าแม่เป็นคนไม่มีความลับ แม่เป็นคนที่ถามอะไรก็ ถ้าเป็นเรื่องของพี่ พี่เป็นคนที่เปิดเผยหมด แต่อะไรที่เป็นเรื่องเสียหายคนอื่น พี่จะไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว แต่บางทีมันโดนถามเกี่ยวกับชีวิตคู่ เราไม่ใช่นางฟ้า เราไม่ใช่เทวดา เราก็มีผิด มีพลาด มีชีวิตที่ตกล่นบกพร่องบ้าง แต่ทุุกวัันนี้ชีวิตคู่เรายังดี ดีแบบ เขาเรียกว่าอะไรอ่ะ หวานสวีตในวัย 60 แล้วนะ (หัวเราะ) มันคือทุกอย่างผ่านมาด้วยความเรียนรู้ในชีวิตว่าเราเลือกมุมความสุข เราเลือกมุมที่ทำให้ชีวิตเรามีพลังงานดีๆ ดีกว่า ส่วนถ้าจะถามถึงเคล็ดลับการครองชีวิตคู่ พี่จะให้ความเป็นเพื่อนกันสูงมาก ในความเป็นสามีภรรยา เป็นคู่คิดคู่ยาก เป็นเพื่อน เป็นคนที่พยายามจะเข้าอกเข้าใจกัน พยายามให้พลังงานชีวิตมันดีๆ (เป็นพลังบวกทั้งหมด?) มันก็ไม่ได้ถึงขนาดเป็นมนุษย์โลกสวยหรอกค่ะ แต่ว่าพี่ว่าอะไรแก้ไขได้ ค่อยๆ แก้ไข พี่เลือกสุข พี่เลือกไม่ทุกข์ อะไรทุกข์ เดี๋ยวแก้ไขแล้วก็ผ่านไป”

ขอบคุณภาพ : jariya.anfone