สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เตรียมออกคำสั่งทางกฎหมาย เพื่อเปิดทางให้เกษตรกรและเจ้าของฟาร์มสามารถแปรรูปเนื้อสัตว์ของตนเองได้ เพื่อแก้ปัญหาการผูกขาดในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็น “การผูกขาดที่เลวร้าย”


ผู้นำสหรัฐไม่ได้ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่อาหารหรืออุตสาหกรรมประเภทใด แต่กล่าวว่า กำลังเร่งจัดทำเอกสารทางกฎหมายเพื่อประกาศใช้


ปัจจุบัน บริษัท 4 แห่งของสหรัฐ ได้แก่ คาร์กิลล์ ไทสัน ฟู้ดส์ เจบีเอส ยูเอสเอ และเนชันแนล บีฟ แพ็กกิง ควบคุมตลาดแปรรูปเนื้อสัตว์ของสหรัฐราว 85% ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรและเจ้าของฟาร์มเรียกร้องมานานให้รัฐบาลลดการกระจุกตัวของอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวแทนบริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์เตือนว่า การเปิดทางให้เกษตรกรแปรรูปเนื้อเองมากขึ้นอาจกระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร โดยย้ำว่า การลดมาตรฐานการตรวจสอบไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม ในการลดราคาเนื้อวัวให้กับผู้บริโภค


ด้านสมาคมผู้เลี้ยงโคเนื้อแห่งชาติของสหรัฐสนับสนุนการเพิ่มโอกาสให้โรงงานแปรรูปเนื้อวัวขนาดเล็กและการยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น แต่เตือนรัฐบาลไม่ให้ลดทอนมาตรฐานการตรวจสอบเนื้อสัตว์ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การแปรรูปเนื้อในฟาร์มจะมีปริมาณไม่มากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อการแข่งขันในตลาดโดยรวม


แผนการทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้บริโภคสหรัฐเผชิญราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. นี้ โดยภาคอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์กำลังเผชิญปัญหาปริมาณโคสำหรับแปรรูปต่ำสุดในรอบ 75 ปี ขณะที่ต้นทุนโคเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขายเนื้อที่ปรับตัวสูงขึ้น


นอกจากนี้ ทรัมป์เพิ่งประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เตรียมเปิดทางให้นำเข้าเนื้อบดจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยไม่เก็บภาษีศุลกากร เป็นเวลา 90 วัน และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาว่า บริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์อาจร่วมกันผลักดันราคาเนื้อวัวให้สูงขึ้นเกินควร.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES