สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเตือนรัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศว่า อาจสูญเสียงบประมาณสวัสดิการหลายพันล้านดอลลาร์ หากไม่รายงานข้อมูลผู้อพยพที่พำนักอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย
ความเห็นทางกฎหมายของสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายระบุว่า ทุกรัฐซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการสวัสดิการสำคัญ 2 โครงการ ต้องแจ้งข้อมูลบุคคลที่ไม่มีสถานะตามกฎหมายให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐรับทราบ หลังก่อนหน้านี้ หน้าที่ดังกล่าวจำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานของรัฐที่บริหารงบประมาณโครงการเหล่านี้ แต่หลักเกณฑ์ใหม่จะครอบคลุมหน่วยงานอื่นซึ่งอาจมีข้อมูลผู้อพยพ เช่น มหาวิทยาลัยและสำนักงานยานยนต์
นายโจชัว แครดด็อก รองผู้ช่วย รมว.ยุติธรรมสหรัฐ กล่าวว่า การไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง รวมถึงการถูกระงับเงินสนับสนุน ท่ามกลางมาตรการปราบปรามการเข้าเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งเมื่อเดือน ม.ค. 2568 ทรัมป์เพิ่มการบังคับใช้กฎหมายกับทั้งผู้เข้าเมืองถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย พร้อมขยายความร่วมมือกับตำรวจท้องถิ่นและบริษัทเอกชน เพื่อติดตามผู้ละเมิดกฎหมายคนเข้าเมือง
อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่นี้อาจเผชิญกับการฟ้องร้องจากรัฐที่บริหารโดยพรรคเดโมแครต ซึ่งคัดค้านการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่ศาลหลายแห่งเคยจำกัดความพยายามของรัฐบาลในการเข้าถึงข้อมูลผู้อพยพ แม้บางกรณีอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าถึงข้อมูลบางประเภท เช่น ข้อมูลจากโครงการเมดิเคด
The U.S. Justice Department warned that states risk losing billions of dollars in welfare funding if they do not report all immigrants known to state agencies who are in the country illegally, according to a legal opinion released on Wednesday. https://t.co/jVF7ucReuN
— Reuters Legal (@ReutersLegal) September 2, 2026
ปัจจุบันทั้ง 50 รัฐ กรุงวอชิงตัน และดินแดนหลายแห่งของสหรัฐ ได้รับเงินจากโครงการความช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับครอบครัวที่ขัดสน (ทีเอเอ็นเอฟ) และโครงการรายได้เสริมเพื่อความมั่นคง (เอสเอสไอ) โดยงบประมาณทีเอเอ็นเอฟ มีมากกว่า 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 547,305 ล้านบาท)
ส่วนสิทธิประโยชน์เอสเอสไอ สูงกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 1.99 ล้านล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพที่ไม่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิรับสวัสดิการจากทั้งสองโครงการ
ตอนนี้ มีอย่างน้อย 19 รัฐและกรุงวอชิงตัน อนุญาตให้ผู้อพยพที่ไม่มีสถานะตามกฎหมายขอใบขับขี่ได้ ขณะที่มหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งเปิดรับบุคคลกลุ่มดังกล่าวเข้าศึกษาเช่นกัน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



