สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีซูรันเกล วิปส์ จูเนียร์ ผู้นำปาเลา ในฐานะประธานการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (พีไอเอฟ) กล่าวว่า หวังว่าประเด็นการทดสอบขีปนาวุธของจีนในภูมิภาค จะได้รับการบรรจุไว้ในแถลงการณ์ร่วมของกลุ่มที่มีสมาชิก 18 ประเทศ


วิปส์กล่าวด้วยว่า การมีจุดยืนร่วมกันของชาติแปซิฟิก ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งเคารพอธิปไตยและหลักความโปร่งใส ตลอดจนแสดงบทบาทในฐานะหุ้นส่วนที่มีความรับผิดชอบ


การทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวของจีน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยิงขีปนาวุธในมหาสมุทรแปซิฟิกครั้งแรกของจีน เท่าที่มีรายงานนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2567 เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังฟิจิและออสเตรเลียลงนามในสนธิสัญญาด้านกลาโหมฉบับสำคัญ ซึ่งถือเป็นการสร้างพันธมิตรอย่างเป็นทางการครั้งแรกของฟิจิ


การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของพีไอเอฟ เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ไม่สามารถตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแถลงการณ์ประณามการทดสอบดังกล่าวได้ แม้ผู้นำหลายประเทศจะแสดงความวิตกกังวลทั้งต่อสาธารณะและเป็นการส่วนตัว เกี่ยวกับแนวโน้มการเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาค


การประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกในปีนี้ ถูกบดบังด้วยการที่จีนคัดค้านการเข้าร่วมประชุมของไต้หวัน โดยระบุว่าไต้หวันไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้ โดยปาเลา ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เป็นหนึ่งในสามประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกที่ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน


อย่างไรก็ตาม ผู้นำบางประเทศไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด โดยนายกรัฐมนตรีของฟิจิ วานูอาตู ซามัว และหมู่เกาะโซโลมอน รวมถึงประธานาธิบดีคิริบาส ส่งรัฐมนตรีระดับรองเข้าร่วมแทน จนเกิดความกังวลว่าการขาดหายไปของผู้นำเหล่านี้อาจบั่นทอนผลลัพธ์ของการประชุม


ด้านนายวินสตัน ปีเตอร์ส รมว.การต่างประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า เขา “สงสัยอย่างยิ่ง” ว่าการแทรกแซงจากต่างชาติ อาจอยู่เบื้องหลังการไม่เข้าร่วมประชุมของผู้นำบางประเทศ โดยไม่ได้กล่าวหารัฐบาลปักกิ่งโดยตรง ส่วนกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ความเห็นของปีเตอร์สไม่มีมูลความจริง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS