จากกรณีเกิดเหตุนักเรียนชายวัย 14 ปี ใช้อาวุธปืนเข้าไปภายในโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม จ.กำแพงเพชร พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าและพยายามติดตามหาบุคคลที่ต้องการเพื่อสะสางปัญหาความขัดแย้ง สร้างความตกใจและความกังวลต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรภายในสถานศึกษา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69 ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชุมวางมาตรการป้องกันเหตุและป้องกันการก่อเหตุเลียนแบบ
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 69 พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก จันทร์ศร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร พ.ต.อ.ไพโรจน์ บุญยะพาส รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร นายธนะณัช อินทา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร นายสุรพงษ์ แสงแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร นางสาวจุฑามาศ วงษ์เขียว ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม พร้อมผู้แทนสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร
การประชุมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ร่วมกันประเมินช่องโหว่ของมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา และกำหนดแนวทางป้องกันเหตุในลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ รวมถึงป้องกันไม่ให้เหตุการณ์กลายเป็นแรงจูงใจหรือจุดเริ่มต้นของการก่อเหตุเลียนแบบในอนาคต

พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ กล่าวว่า การเดินทางมาจังหวัดกำแพงเพชรครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 6 มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม จึงเชิญหน่วยงานด้านการศึกษา ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันหารือเพื่อวางมาตรการป้องกัน
สาระสำคัญของการประชุมไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เน้นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นตั้งแต่ต้น โดยฝ่ายการศึกษาและฝ่ายตำรวจได้ร่วมกันทบทวนมาตรการที่มีอยู่ พร้อมพิจารณาแนวทางเพิ่มเติมเพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน ตำรวจและฝ่ายการศึกษาได้ยกระดับการเฝ้าระวังและการควบคุมกำกับดูแลมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายกลับมาทบทวนมาตรการเดิมอย่างละเอียด เพื่อค้นหาข้อบกพร่องหรือจุดที่ยังต้องปรับปรุง รวมถึงกำหนดมาตรการเสริมให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน เมื่อสถานศึกษากลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ตำรวจจะเพิ่มการตรวจตราและแวะเวียนเข้าไปดูแลความปลอดภัยภายในพื้นที่โรงเรียนตามภารกิจ พร้อมเน้นการประสานงานและสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับครูและบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล เฝ้าระวัง และป้องกันเหตุได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ แนวทางและมาตรการที่ได้จากการประชุมจะถูกนำไปหารือและผลักดันต่อในระดับจังหวัด เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงในสถานศึกษาในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก.



