สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายครั้งสำคัญ เตรียมขยายเพดานอายุคณะกรรมการ (บอร์ด) และผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ) ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นอีก 5 ปี เพื่อรับมือสังคมสูงวัย และเปิดทางดึงผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงกลับมาช่วยพัฒนาองค์กรภาครัฐ

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการ สคร. เปิดเผยว่า สคร. อยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยมีสาระสำคัญในการปรับเกณฑ์อายุ ดังนี้:

  • คณะกรรมการ (บอร์ด): ขยายเกณฑ์อายุสูงสุดจากเดิม ไม่เกิน 65 ปี เป็นไม่เกิน 70 ปี
  • ผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ / ผู้อำนวยการ / กรรมการผู้จัดการ): ขยายเกณฑ์อายุสูงสุดจากเดิม ไม่เกิน 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปี

สอดรับสังคมสูงวัย-เทียบชั้นเอกชนและวิชาชีพเฉพาะทาง

การเสนอปรับขยายเพดานอายุในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการสูญเสียบุคลากรทรงคุณค่า และสอดคล้องกับแนวทางของภาคเอกชนรวมถึงบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มักมีผู้บริหารมืออาชีพวัย 60–65 ปี ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น บุคลากรด้านกฎหมาย (อัยการและผู้พิพากษา) ซึ่งมีเกณฑ์เกษียณอายุที่ 70 ปีอยู่แล้ว จึงถือเป็นกลุ่มศักยภาพสูงที่สามารถเข้ามาช่วยงานภาครัฐได้ทันที อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกรอบใหม่ยังคงเน้นเฟ้นหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถดีที่สุด และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นหลัก

แม้จะมีการยืดเพดานอายุ แต่ สคร. ได้วางมาตรการกำกับดูแลเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานและธรรมาภิบาลขององค์กรไว้ดังนี้:

  1. การตรวจสุขภาพ: กำหนดให้กรรมการที่มีอายุสูงต้องผ่านการตรวจสุขภาพและมีใบรับรองแพทย์ยืนยันความพร้อมในการทำงาน เช่นเดียวกับมาตรฐานเอกชน
  2. หลักธรรมาภิบาล: ยึดแนวทางของ OECD โดยเสนอให้ประธานบอร์ดมาจากกรรมการอิสระ และจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระไม่ให้เกิน 9 ปี เพื่อป้องกันการครอบงำองค์กร

ไทม์ไลน์การดำเนินงาน

  • ภายใน 3 เดือนข้างหน้า: จัดทำหลักการสำคัญและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
  • ขั้นตอนถัดไป: เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเกณฑ์อายุที่เหมาะสม ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
  • กรอบเวลาบังคับใช้: คาดว่ากระบวนการแก้ไขกฎหมายทั้งหมดจะแล้วเสร็จและประกาศใช้ได้อย่างเป็นทางการภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี