เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่ สน.ทองหล่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ร่วมกันให้สัมภาษณ์หลังเข้าแจ้งความดำเนินคดีกรณีที่นายสมชัย ถูกนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย โดยนายสมชัย เปิดเผยว่า วันนี้ตนตั้งใจเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ที่ สน.ทองหล่อ โดยเดินทางมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เนื่องจากทราบว่าบริเวณดังกล่าวมีการจราจรติดขัด จึงนำรถไปจอดในจุดที่สามารถจอดได้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนจะขี่จักรยานมาที่ สน.ทองหล่อ และเมื่อขี่จักรยานมาถึงบริเวณด้านหน้า สน.ทองหล่อ พบว่านายณัฏวุฒิ สวมสูทยืนอยู่บริเวณหน้า สน.ทองหล่อ และเมื่อเข้ามาตามปกติ ตนก็ยิ้มทักทาย แต่ปรากฏว่านายณัฐวุฒิ ปรี่เข้ามาหา พร้อมแสดงความไม่พอใจและมีการใช้คำพูดลักษณะด่าทอ

เดือดหน้าสน.! ‘ณัฐวุฒิ’ นอตหลุดผลัก ‘สมชัย’ ร่วงจักรยาน-ด่าลั่นกลางวงสื่อ ตร.ขู่ใส่กุญแจมือ

นายสมชัย เผยอีกว่า ขณะเกิดเหตุตนยังอยู่บนจักรยาน และทุกคนทราบดีว่าหากอยู่บนจักรยานแล้วถูกผลักหรือกระแทกก็จะล้ม โดยนายณัฐวุฒิใช้มือผลักจักรยานจนล้มลง ทำให้ตนเองลงไปนอนหงายกับพื้น และคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะหยุด แต่กลับยังมีการด่าทอและชี้นิ้ว ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเป็นการข่มขู่ ตนได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการทำร้ายร่างกาย และเจ้าหน้าที่ต้องดูแล เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ราชการและอยู่ต่อหน้าเจ้าพนักงาน โดยขณะเกิดเหตุมีตำรวจอยู่ในเหตุการณ์อย่างน้อย 2 นาย ขณะที่ตนเองยังนั่งอยู่กับพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นได้ จากนั้นเมื่อเหตุการณ์เริ่มมีการโวยวายมากขึ้น และมีตำรวจเข้ามาเพิ่มเติม จึงเริ่มมีตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์ เพื่อให้นายณัฐวุฒิไปอยู่ในจุดที่สงบ

นายสมชัย ระบุว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายณัฐวุฒิ ในข้อหา ทำร้ายร่างกาย, ทำให้เสียทรัพย์ และดูหมิ่นซึ่งหน้า อีกทั้งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ราชการ กระทำต่อหน้าตำรวจและสื่อมวลชน มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของ สน.ทองหล่อ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการข่มขู่คุกคามผู้สื่อข่าวด้วย

นายสมชัย ระบุว่า ขณะนี้นายณัฐวุฒิ มีสถานะเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจจับกุมในความผิดซึ่งหน้าและเข้าสู่กระบวนการพิมพ์มือถ่ายรูปทำประวัติผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนและทนายความได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพฤติการณ์เป็นการกระทำอุกอาจในสถานที่ราชการเวลากลางวันต่อหน้าตำรวจ หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าจะขาดสติและไปทำร้ายผู้อื่นอีก

นายสมชัย ยืนยันว่า คดีนี้จะดำเนินคดีถึงชั้นศาลอย่างแน่นอน และปฏิเสธการเจรจาไกล่เกลี่ยทุกกรณี ไม่ว่าจะมีใครหรือนักการเมืองหรือใครมาประสานให้ก็ตาม พร้อมท้าทายว่าหากมีใครมาช่วยไกล่เกลี่ยก็ขอให้เปิดหน้าออกมา จะได้รู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

นายสมชัย ยังตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่นายณัฐวุฒิมุ่งเป้ามาที่ตนเอง คาดว่ามาจากการที่ตนเองนำข้อมูลความจริงเกี่ยวกับประวัติของอีกฝ่ายมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องที่นายณัฐวุฒิมักแอบอ้างว่าลาออกจากราชการ ทั้งที่ความเป็นจริงถูกสั่งไล่ออกจากราชการ เมื่อตนเองกล้าออกมาพูดความจริง ทำให้ถูกมองเป็นปัญหาของอีกฝ่าย

นายสมชัย ระบุว่า ตนอยากเข้าไปเยี่ยมและดูสภาพนายณัฐวุฒิ ว่าสงบสติอารมณ์หรือยัง รวมถึงดูว่าตำรวจดูแลผู้ต้องหาอย่างไร แต่ตำรวจได้ห้ามไว้ เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะหรือเกิดเรื่องขึ้นอีก พร้อมฝากถึงสื่อมวลชนให้ตั้งข้อสังเกตและติดตามกระบวนการทำงานของตำรวจ โดยคาดการณ์ว่าอาจมีการปล่อยตัวชั่วคราวภายใน 1 ชั่วโมง หากได้รับการปล่อยตัวจริง ขอให้สื่อมวลชนสอบถามเหตุผลจากตำรวจว่าเหตุใดจึงปล่อยตัวผู้ที่มีพฤติกรรมอันตรายออกสู่สังคม และฝากถึงตำรวจว่าหากจะให้ประกันตัวก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของผู้เสียหาย เช่น ห้ามกระทำซ้ำในลักษณะเดิม

นายสมชัย ยืนยันว่า ไม่ได้เกรงกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงปกป้องสิทธิของตนเองตามกฎหมาย และหลังจากนี้เตรียมที่จะเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำมาใช้ประกอบหลักฐานในคดีต่อไป

เมื่อถามว่านายณัฐวุฒิ มีเจตนามาเผชิญหน้าหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบ เพราะไปที่ไหนก็จะบอกว่าจะไปไหน บางครั้งอีกฝ่ายก็ไป บางครั้งก็ไม่ไป แต่จากพฤติกรรมที่เกิดขึ้น คาดว่าอาจต้องการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว และต้องการให้ยุติการกระทำหลายอย่าง อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เกิดในสถานที่ราชการ และไม่ใช่เพียงสถานที่ราชการทั่วไป แต่เป็นสถานีตำรวจ และเกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายอาจรู้สึกว่า สน. แห่งนี้เป็นสถานีตำรวจที่ไว้ใจได้หรือไม่

นายสมชัย ยังกล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องยอมความ เพราะมองว่าพฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนไทยคนใดในประเทศอีก และอยากให้นายณัฐวุฒิกระทำกับตนเองเป็นคนสุดท้าย โดยขอให้เขากระทำกับตนเป็นคนสุดท้ายดีกว่า หลังจากนั้นเขาควรจะต้องได้รับบทเรียน จะได้รู้สึกยับยั้งชั่งใจ ไม่ไปกระทำกับใครต่อใครอีก พร้อมระบุว่า ไม่ทราบว่านายณัฐวุฒิเคยมีพฤติกรรมลักษณะนี้ไปกระทำกับบุคคลอื่นมากน้อยเพียงใด ส่วนคำถามว่าหากไม่มีสื่อและตำรวจเข้ามาห้าม อีกฝ่ายอาจเข้ามาทำร้ายเพิ่มเติมหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ และอีกฝ่ายอาจต้องการทำต่อหน้าสื่อก็ได้ เพื่อให้เห็นไปทั่วทั้งประเทศ

เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่ทำให้นายณัฐวุฒิมีพฤติกรรมโมโหและมีอารมณ์รุนแรงนั้น นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามนายณัฐวุฒิเอง และระบุว่าตนยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือสัมภาษณ์อีกฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ทนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ระบุว่า นอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกาย วันนี้ยังได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ ในข้อหาแจ้งความเท็จและแจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายณัฐวุฒิ ได้ไปแจ้งความกล่าวหาการเปิดมูลนิธิของนายสมชัย มีพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาด้วย จึงต้องดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังมีคำพูดข่มขู่ในลักษณะที่ว่า “รู้ว่าบ้านอยู่แถวสถานทูตอินโดนีเซีย เดี๋ยวเจอกัน” ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย.