สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่า ความร้อนจัดและภัยแล้งในยุโรป ภัยคุกคามจากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรง และความผันผวนทางการค้าที่เกิดจากสงครามในยูเครนและอิหร่าน ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดเกษตร ส่งผลให้ราคาธัญพืชพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และราคาน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี
ดัชนีราคาอาหารขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ซึ่งติดตามการเปลี่ยนแปลงรายเดือนของตะกร้าสินค้าโภคภัณฑ์อาหาร ที่ซื้อขายกันในระดับนานาชาติ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 133.3 จุด ในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยที่แก้ไขแล้วของเดือน ก.ค. ที่ 130.8
ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นคะแนนสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2565 แม้จะต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากเดือน มี.ค. 2565 หลังจากการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซีย เกือบ 17%
World food prices rose in August to their highest since late 2022, as adverse weather and war disruption in the Gulf and Black Sea heightened concern over supply of staples, the United Nations' Food and Agriculture Organization has saidhttps://t.co/RoNPLie4wO
— RTÉ News (@rtenews) September 4, 2026
นายแม็กซิโม โทเรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอฟเอโอ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารโลกในเดือนที่แล้วเป็นสัญญาณเตือนว่า ความเสี่ยงกำลังกลับมาสู่ตลาดอาหารอีกครั้ง รวมถึงผลกระทบจากสภาพอากาศ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหยุดชะงักของโลจิสติกส์ทางการค้า ซึ่งกำลังรวมกันเพื่อทำให้ความคาดหวังด้านอุปทานลดลง
ในขณะเดียวกัน ดัชนีราคาของเอฟเอโอสำหรับธัญพืช น้ำมันพืช น้ำตาล เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นม ล้วนปรับตัวสูงขึ้นในเดือน ส.ค. หลังสภาพอากาศที่รุนแรงในยุโรป ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเก็บเกี่ยวข้าวโพดและชูการ์บีท รวมถึงผลผลิตปศุสัตว์ ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลผลิตน้ำมันพืชและน้ำตาล
การโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทะเลดำ ได้ลดการขนส่งธัญพืชจากรัสเซียและยูเครน ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ยังคงส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของปุ๋ยสำหรับพืชผล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



