วันนี้ (4 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์จัดฉากประจานครูจากโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของอำเภอหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยจัดให้ครูทั้งหมดยืนเรียงแถวบนเวทีพร้อมกับฉากหลังที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนข้อความตำหนิ เนื่องจากนักเรียนของครูเหล่านี้ทำคะแนนสอบได้ไม่ดี
เมื่อภาพดังกล่าวหลุดออกไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านจากสาธารณชนอย่างหนักจนกระทั่งทางการส่วนท้องถิ่นต้องออกแถลงการณ์ขออภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมภายในซึ่งจัดโดยสำนักการศึกษาอำเภอเล่ยโป ในมณฑลเสฉวน เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รายงานจากสำนักข่าวเจิ้งไจ้นิวส์ระบุว่า ในช่วงการมอบรางวัลและลงโทษ ครูชั้นประถมศึกษากว่า 20 คนถูกสั่งให้ขึ้นไปยืนเรียงแถวบนเวทีเพื่อถ่ายรูปหมู่ โดยมีหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังฉายตัวเลขบอกคะแนนมัธยฐานของนักเรียนจากการสอบครั้งล่าสุด ซึ่งมีคะแนนต่ำกว่า 30 จากคะแนนเต็ม 100
นอกจากนี้ ฉากด้านหลังกลุ่มครูก็มีการขึ้นข้อความเป็นตัวอักษรจีนขนาดใหญ่ซึ่งมีความหมายว่า “อัปยศ” หรือ “ความอับอายขายหน้า” อย่างเด่นชัด และหลังจากนั้น ครูมัธยมศึกษาตอนต้นอีกกลุ่มหนึ่งกว่า 20 คน ซึ่งมีนักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 15 จากคะแนนเต็ม 100 ก็ถูกต้อนขึ้นไปถ่ายภาพบนเวทีในลักษณะเดียวกัน

ภาพถ่ายเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยประเด็นการประจานครูต่อหน้าสาธารณชนนี้มียอดเข้าชมสูงเกินกว่า 100 ล้านครั้งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักเพียงแห่งเดียว ชาวเน็ตรายหนึ่งตั้งคำถามว่า “นี่มันไร้สาระสิ้นดี! พวกเขาเคยให้เกียรติครูบ้างไหม?” ขณะที่อีกรายแสดงความโกรธเคืองว่า “เห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกท้อแท้ใจอย่างยิ่ง ผู้บริหารสำนักการศึกษาเห็นครูเป็นทาสหรืออย่างไร? ฉันคิดว่าผู้นำพวกนี้ควรลาออกทันที”
สำหรับอำเภอเล่ยโปนั้น ถือเป็นพื้นที่ห่างไกลและยากจนในมณฑลเสฉวน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อี๋ เด็กหลายคนในพื้นที่เป็น “เด็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ซึ่งหมายถึงลูกๆ ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ที่บ้านเกิดเนื่องจากต้องเดินทางไปทำงานหาเลี้ยงชีพในเมืองใหญ่
ครูชั้นมัธยมศึกษาต้นคนหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ซึ่งไม่ขอเปิดเผยนาม ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจกลุ่มครูดังกล่าว โดยระบุถึงความท้าทายของการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่เสียเปรียบทางสังคมเช่นนี้ว่า “พ่อแม่ไม่ได้อยู่บ้าน จึงไม่มีใครคอยดูแลเรื่องการเรียน เมื่อเด็กไม่ตั้งใจเรียน ครูเองก็ไม่มีอำนาจลงโทษ ผลที่ตามมาคือเด็กขาดความใส่ใจในการศึกษา ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะส่งผลให้คะแนนสอบออกมาต่ำมาก”
ด้านสื่อมวลชนท้องถิ่นต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของหน่วยงานรัฐ โดยสำนักข่าว guancha.cn ได้ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมว่า “แทนที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมเด็กถึงทำผลสอบได้ไม่ดี หน่วยงานรัฐกลับทำแค่การประจานครู นี่คือวิธีการบริหารที่หยาบกระด้างและลุแก่อำนาจ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ครูแล้ว ยังทำให้การรักษาบุคลากรครูไว้ในพื้นที่ยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก”
หลังจากกระแสสังคมตีกลับอย่างหนัก ส่วนบริหารท้องถิ่นอำเภอเล่ยโปจึงได้ออกแถลงการณ์ขอโทษเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม โดยระบุว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมเป็นการกระทำที่ผิดและขาดความเคารพต่อครู ซึ่งสร้างบาดแผลทางจิตใจให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง เรารู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งและกำลังทบทวนความผิดพลาดในครั้งนี้” พร้อมเสริมว่ากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
แม้ว่าคณะรัฐมนตรีของจีนจะมีข้อกำหนดอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2563 ผ่านแผนปฏิรูปการประเมินการศึกษายุคใหม่ ว่าโรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาไม่ควรใช้คะแนนสอบของนักเรียนเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวก็ตาม แต่ค่านิยมดังกล่าวยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โรงเรียนที่นักเรียนทำคะแนนได้ดีในการสอบสำคัญ เช่น การสอบเข้าชั้นเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือการสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย (เกาเข่า) ยังคงได้รับความนิยมในสังคม และครูใหญ่ของโรงเรียนเหล่านั้นก็มักจะได้รับโอกาสเติบโตในสายงานมากกว่า
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Weibo



