กลายเป็นประเด็นร้อนติดเทรนด์โซเชียล ที่คนทำงานและชาวเน็ตต่างพากันจับตามองอย่างหนัก สำหรับดราม่าระหว่างอดีตพนักงานคอนเทนต์กับผู้จัดและยูทูบเบอร์ชื่อดัง “ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์” และสามี “มาวิน ทวีผล” ที่เริ่มต้นจากคลิปรีวิวชีวิตหลังลาออก ก่อนจะบานปลายกลายเป็นประเด็นเกาเหลาชามโต เมื่ออดีตเจ้านายออกมาร่วมคอมเมนต์ชี้แจง

จุดเริ่มต้นจากอดีตพนักงานคนดังกล่าว ทำงานร่วมกับทีมคุณตู่และคุณมาวินมานานถึง 6-7 ปี โดยเริ่มทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบและไร้ประสบการณ์ ซึ่งคุณตู่คอยให้โอกาส สั่งสอนงาน และอนุญาตให้ลาไปสอบหรือทำเล่มจบเสมอ จนกระทั่งในวันที่ลาออก ทั้งสองฝ่ายยังกอดอำลากันด้วยดี และคุณตู่ยังฝากไว้อีกว่าหากเดือดร้อนสามารถบอกได้ตลอด

เรื่องราวเกิดเปลี่ยนทิศ เมื่ออดีตพนักงานโพสต์คลิปสัมภาษณ์ในรถลง TikTok หัวข้อ “ลาออกจากงาน=โล่ง (โล่งทั้งงาน โล่งทั้งเงิน)” โดยเล่าว่าทำงานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว สภาพจิตใจพังจนต้องไปเยียวยา พร้อมประเด็นท็อกซิกอื่นๆ

“คุณตู่” โผล่คอมเมนต์ชี้แจงเมื่อได้เห็นคลิปจึงเข้าไปคอมเมนต์ว่า ตอนแรกตนไม่โล่งเพราะเป็นห่วง แต่พอเห็นคลิปนี้ก็รู้สึกโล่งแล้วเพราะไม่มีอะไรต้องห่วงอีก พร้อมติดแฮชแท็ก #ใจเค้าใจเราไม่น่าทำกันลงคอ และเสนอว่าหากใครมีคำถามเรื่องการทำงาน ให้ส่งมาได้เลย ตนพร้อมอัดคลิปแจงทุกประเด็น

เมื่ออดีตพนักงานพิมพ์คอมเมนต์สั้นๆ ว่า “Ep.2” ตู่จึงเข้าไปตอบทันทีว่า “พร้อมมาออก Ep.2 คุยพร้อมกับพี่ไหม จะได้เคลียร์ความจริงกันทีละประเด็น” ซึ่งหลังจากคอมเมนต์นี้เพียงไม่นาน คลิปดังกล่าวก็ถูกตั้งค่าเป็นส่วนตัว (Private) ทันที

ตู่ระบุเพิ่มเติมว่า ทุกหน้าที่มีความกดดัน ชีวิตจริงไม่ใช่ทุ่งลาเวนเดอร์ และมองว่าหากสิ่งที่อดีตพนักงานพูดเป็นความจริง ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องกลัวหรือปิดคลิปหนี หลังประเด็นนี้กลายเป็นไวรัล ความคิดเห็นส่วนใหญ่ต่างมองว่า แม้สายงานคอนเทนต์จะเหนื่อยล้าและออกกองไม่เป็นเวลา แต่การนำอดีตบริษัทมาแขวนหรือรีวิวในเชิงลบผ่านสื่อสาธารณะ ถือเป็นการเผาบ้านเก่าและตัดคอนเนกชั่นโดยไม่จำเป็น หลายคนเตือนสติว่าวงการทำงานมันแคบ อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและการสมัครงานในอนาคต อีกทั้งมองว่าหากกล้าออกมาเปิดหน้าพูด ก็ต้องพร้อมเผชิญหน้าเคลียร์ความจริงกับอดีตนายจ้างด้วยเช่นกัน