ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาเสนอแนะให้รัฐบาลไทยใช้โอกาสทองจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–WBG Annual Meetings 2026) ในการนำเสนอข้อเชิงนโยบายระดับโลกภายใต้ชื่อ “Bangkok AI Finance Initiative” เพื่อสร้างบทบาทนำของไทยในฐานะผู้ริเริ่มกรอบความร่วมมือทางการเงินระดับนานาชาติ
ชูแนวคิด “AI-Driven Financial Inclusion” แก้โจทย์เศรษฐกิจนอกระบบ ดร.เผ่าภูมิ ชี้ว่า ความท้าทายร่วมของประเทศกำลังพัฒนาคือ ประชาชนและ SMEs จำนวนมากมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจนอกระบบ แม้จะมีความสามารถในการชำระหนี้ แต่กลับเข้าไม่ถึงสินเชื่อเพราะโมเดลการประเมินแบบเดิมที่พึ่งพาประวัติเครดิต งบการเงินและหลักประกัน Standard ดังนั้น การนำ AI และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลมาประยุกต์ใช้จะช่วยลดช่องว่างด้านข้อมูล (Information Asymmetry) ได้อย่างตรงจุด
4 เสาหลัก “Bangkok AI Finance Initiative” นวัตกรรมเพื่อการเข้าถึงทางการเงิน
- 1. Cash Flow-Based Lending & Alternative Credit Scoring: ใช้ AI ประเมินศักยภาพการชำระหนี้จากพฤติกรรมและกระแสเงินสดจริง แทนการพึ่งพาหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยสามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบ Virtual Bank ของไทยที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
- 2. AI-Based Early Warning System: นำ AI มาใช้ตลอดวงจรสินเชื่อติดตามความผันผวนของรายรับและภาระหนี้เพื่อเตือนภัยล่วงหน้า ช่วยให้สถาบันการเงินเข้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ก่อนเกิดการผิดนัดชำระ (NPL) ซึ่งช่วยขยายสินเชื่อควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน
- 3. Smart Credit Guarantee: เชื่อม AI เข้ากับกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยคำนวณสัดส่วนการรับความเสี่ยง (Risk-sharing) และกำหนดต้นทุนสินเชื่อ(Interest Rate) ตามความเสี่ยงจริงของผู้กู้แต่ละกลุ่ม
- 4. Macroeconomic Integration: ในระดับมหาภาค จะช่วยดึงกิจกรรมเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรเงินทุน สนับสนุนผลิตภาพ (Productivity) และการจ้างงานในภาพรวม
ดร.เผ่าภูมิ ทิ้งทายว่า หากไทยสามารถผลักดันข้อเสนอนี้ให้พัฒนาไปสู่ “มาตรฐานข้อมูล หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโมเดล AI และโครงการนำร่อง (Pilot Projects)”ร่วมกับสถาบันการเงินระดับโลกได้ จะทำให้การเป็นเจ้าภาพ IMF–WBG 2026 ของไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานประชุม แต่เป็นการสร้างหมุดหมายสำคัญให้ทั่วโลกจดจำไทยในฐานะจุดเริ่มต้นของกรอบความร่วมมือทางการเงินยุคใหม่



