เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ร่วมงาน Water Resilience Forum ครั้งที่ 3 “WATER SMART COMMUNITIES – คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต” จัดโดยศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถอดบทเรียนการจัดการน้ำจากชุมชนต้นแบบ พร้อมนำเสนอแนวทางขับเคลื่อนการจัดการน้ำเชิงป้องกัน โดยมุ่งให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากการรอรับมือเมื่อเกิดภัย ไปสู่การ “รู้ก่อน เตรียมก่อน ป้องกันก่อน” และต่อยอดการจัดการน้ำจากการลดความเสี่ยงสู่การสร้างคุณภาพชีวิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือ Water Economy

พร้อมกับร่วมเสวนาในหัวข้อ “ประเทศไทยจะทำอย่างไรให้ทุกจังหวัดก้าวสู่การเป็น Water Smart Community” โดยมี ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และ ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมเสวนาด้วย

สำหรับการเสวนาในครั้งนี้ เป็นการถอดบทเรียนจากพื้นที่ในประเทศไทย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่าการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการเข้าใจบริบทของพื้นที่ และเปลี่ยนจากการ “รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้” เป็น “รู้ก่อน เตรียมก่อน ป้องกันก่อน” ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และพลังของชุมชน เพื่อให้แต่ละพื้นที่สามารถรู้จักน้ำของตนเอง เข้าใจความเสี่ยง และเตรียมรับมือได้ก่อนเกิดภัย

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำของกทม. ต้องแยกเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การรับมือกรณีฝนตกหนักและรุนแรงในพื้นที่ ซึ่ง กทม. ได้นำแบบจำลองคอมพิวเตอร์มาทดสอบสถานการณ์ฝนตกหนัก เพื่อประเมินความเสี่ยงและเร่งระบายน้ำในจุดเสี่ยงภัยอย่างมีประสิทธิภาพ 2.การป้องกันน้ำท่วมจากระดับน้ำทะเลหนุน โดยกทม.มีความมั่นใจ เนื่องจากใช้ระบบปิดล้อมป้องกันน้ำหลากตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งออกแบบให้มีความสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในปี 2554

ทั้งนี้ กทม.ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับชุมชนและภาคีเครือข่ายในการดูแลเส้นทางสัญจร รักษาความสะอาด และป้องกันขยะอุดตันในลำคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่กันไป โดยยังคงติดตาม เฝ้าระวัง และศึกษาแนวโน้มสถานการณ์น้ำในระยะยาวอีก 30–50 ปีข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ภายในงาน รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติชุมชนต้นแบบแก่ผู้แทน 7 ชุมชนต้นแบบ สะท้อนว่าการจัดการน้ำไม่มีสูตรสำเร็จเพียงรูปแบบเดียว แต่เกิดจากคนในพื้นที่ที่เข้าใจปัญหา ร่วมมือกัน และออกแบบทางออกให้เหมาะกับบริบทของตนเอง จึงสามารถเปลี่ยนจากวิกฤตน้ำเป็นความมั่นคง คุณภาพชีวิตที่ดี ความร่วมมือ และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ได้พร้อมกัน.



