เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามคุณภาพอากาศภายหลังเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ว่า เช้าวันนี้ค่าฝุ่นและก๊าซมลพิษลดลงแล้ว โดย กทม. ยังคงตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบ เพื่อเฝ้าระวังและสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

สำนักสิ่งแวดล้อม นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศติดตั้งที่โรงพยาบาลกลาง ตรวจต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ถึง 07.00 น. วันที่ 30 ส.ค. รวม 15 ชั่วโมง ยังไม่พบค่ามลพิษสูงผิดปกติ โดยค่าเฉลี่ย PM2.5 อยู่ที่ 11.41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และ PM10 อยู่ที่ 16.43 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ค่าก๊าซสำคัญยังอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เช่น CO สูงสุด 1.5 ppm จากเกณฑ์ 30 ppm และ NO₂ สูงสุด 48 ppb จากเกณฑ์ 120 ppb

สำหรับสารที่เกิดจากการเผาไหม้ ได้แก่ 1,3-บิวทาไดอีน และเบนซีน ค่าที่ตรวจพบทุกชั่วโมงยังต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่กำหนด โดยเบนซีนสูงสุด 3.22 มคก./ลบ.ม. จากเกณฑ์ 7.6 มคก./ลบ.ม.

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยรอบในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด พบค่าเฉลี่ย PM2.5 สูงสุดที่เขตสัมพันธวงศ์ 17.08 มคก./ลบ.ม. และ PM10 สูงสุดที่เขตราชเทวี 38.42 มคก./ลบ.ม. โดยทุกสถานียังต่ำกว่าค่ามาตรฐาน PM2.5 ที่ 37.5 มคก./ลบ.ม.และ PM10 ที่ 100 มคก./ลบ.ม.

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ค่าฝุ่นและก๊าซที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในคืนวันที่ 28 ส.ค. ได้ลดลงแล้ว และผลตรวจล่าสุดยังไม่พบสัญญาณมลพิษสูงต่อเนื่องหรือการกระจายเป็นวงกว้าง กทม. จะยังคงตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุและตามทิศทางลม เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย ได้รวบรวมผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากจุดต่าง ๆ ในพื้นที่เกิดเหตุ และแสดงผลผ่าน Google My Maps เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบตำแหน่งและผลตรวจแต่ละจุดได้ด้วยตนเอง ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากยังมองเห็นควันหรือได้กลิ่นไหม้ ให้ปิดประตูหน้าต่าง ลดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากาก N95 เมื่อต้องออกนอกอาคาร.