เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ระหว่างลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พร้อมตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยกล่าวว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังมีไฟคุกรุ่นและจุดความร้อนบางส่วนอยู่ภายในอาคาร ซึ่งอยู่ระหว่างการใช้รถแบ๊กโฮเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและดับไฟบริเวณด้านในได้ โดยต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก

สำหรับข้อกังวลเรื่องควันและสารพิษ นายชัชชาติ กล่าวว่า จากการตรวจวัดเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่พบค่าก๊าซหรือสารพิษที่อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง โดยตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ได้ประมาณ 0.4 ppm และบริเวณที่ตรวจวัดยังอยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีควันและฝุ่นจากเหตุเพลิงไหม้ จึงต้องติดตามคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในขณะนี้คือ ฝุ่นละออง โดยเฉพาะ PM2.5 ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุตรวจวัดได้ประมาณ 630 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุหากไม่มีความจำเป็น และหากอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควัน ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยเฉพาะหน้ากาก N95 ขณะที่กลุ่มเปราะบางควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ ทิศทางลมมีแนวโน้มพัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กทม. จึงอยู่ระหว่างติดตามทิศทางลมและตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มเติมในพื้นที่ตามแนวลม เพื่อประเมินผลกระทบและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยนายชัชชาติ กล่าวย้ำว่า แม้ขณะนี้ยังไม่พบค่าก๊าซหรือสารพิษที่น่าเป็นห่วง แต่ประชาชนควรติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. โดยเฉพาะการป้องกันฝุ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ กทม. ได้นำโดรนพร้อมกล้องอินฟราเรด เข้ามาช่วยตรวจสอบจุดความร้อนและสภาพพื้นที่จากมุมสูง เพื่อสนับสนุนการวางแผนเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมจัดทำแผนที่แสดงจุดเสี่ยง จุดความร้อน และทิศทางลม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า กทม. จะติดตามทั้งสถานการณ์เพลิงไหม้และคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน และรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป.