เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ทะเบียนราษฎรเป็นฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ จึงไม่ควรมองเรื่องทะเบียนเป็นเพียงขั้นตอนด้านเอกสาร แต่ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง เพราะหากข้อมูลต้นทางผิด อาจส่งผลต่อกระบวนการอื่นตามมา สิ่งที่เรากำลังทำคือปิดช่องตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตามแก้ ใครทำผิดต้องถูกดำเนินการ ใครเปิดช่องให้เกิดการทุจริตก็ต้องรับผิด และช่องโหว่ที่พบต้องถูกแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมาไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสถิติการจับกุม แต่จะนำมาใช้เป็น “บทเรียนจากพื้นที่จริง” เพื่อค้นหารูปแบบความผิดปกติ และตรวจสอบว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือไม่ และได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลและทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบรายการที่มีลักษณะผิดปกติ การเชื่อมโยงข้อมูลบุคคล และการตรวจสอบกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถพบความผิดปกติก่อนที่จะขยายเป็นปัญหาใหญ่
“เจอคนผิดต้องจัดการ เจอขบวนการต้องขยายผล เจอช่องโหว่ต้องปิด นี่คือแนวทางของการปราบภัยทะเบียนจากนี้เพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” รมช.มหาดไทย กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวย้ำว่า การเดินหน้าปราบภัยทะเบียนต้องไม่กระทบประชาชนที่สุจริต ทุกกรณีต้องใช้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก ขณะเดียวกันผู้ที่ใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจัง
“ทะเบียนต้องเป็นหลักประกันความถูกต้องของประชาชน ไม่ใช่ช่องทางให้คนผิดใช้ประโยชน์ จากนี้จะไม่รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่จะลุยตรวจ ปิดช่อง และจัดการตั้งแต่ต้นทาง” รมช.มหาดไทย กล่าว.



