สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่า ในรายงานประจำปีเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) กล่าวว่า มลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และควรได้รับการแก้ไขผ่านนโยบายที่ประสานงานกัน มากกว่าที่จะแยกส่วนกัน
นอกจากนั้น หน่วยงานเตือนว่า การปฏิบัติตามแนวทางคุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) จะยากขึ้น เนื่องจากไฟป่ารุนแรงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากขึ้นในอนาคต
รายงานเน้นย้ำถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 และโอโซนระดับพื้นดิน ซึ่งเป็นมลพิษที่เชื่อมโยงกับโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนั้น ยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบมลพิษและละอองลอยต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงคาร์บอนดำและไมโครพลาสติก ซึ่งมักไม่ถูกติดตามอย่างดีนัก แม้จะมีอยู่ทั่วไปในชั้นบรรยากาศก็ตาม
Wildfires, heat waves threaten to undermine air quality, UN weather agency says https://t.co/aMdbMKhHs8 https://t.co/aMdbMKhHs8
— Reuters (@Reuters) September 7, 2026
ปีนี้เป็นปีที่มีความร้อนสูง และไฟป่าทำลายล้างในหลายพื้นที่ของยุโรป รวมถึงสเปน ฝรั่งเศส และกรีซ โดยดับเบิลยูเอ็มโอกล่าวว่า ความร้อนสูงกำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น เนื่องจากโลกกำลังร้อนขึ้น
นอกจากนั้น ความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวในแคนาดาตอนเหนือ บางส่วนของรัสเซีย และแอฟริกาตอนกลางและตะวันตก เนื่องจากกิจกรรมไฟป่าที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สเปนตะวันตกเฉียงเหนือเป็นจุดที่มีความร้อนสูง หลังเกิดไฟป่ารุนแรงในช่วงปลายฤดูร้อน
นอกจากนั้น เหตุการณ์ควันไฟรุนแรงทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ตั้งแต่ช่วงปี 2533.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



