กรมพัฒน์ฯ เปิดสถิตินิติบุคคลทุนต่างชาติถือครอง “ที่ดิน-คอนโด” ทั่วไทย ยอดพุ่งทะลุ 1 ล้านไร่-พื้นที่ห้องชุด 4 ล้าน ตร.ม. พร้อมกางข้อมูล 10 สัญชาติครองอสังหาฯ สูงสุด ส่งไม้ต่อมหาดไทย, ดีเอสไอ, บีโอไอ และตำรวจ สแกนเข้มจับตาความเสี่ยง “นอมินี” กวาดล้างการบิดเบือนเศรษฐกิจ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้นำข้อมูลสถิติที่ได้รับจากกรมที่ดินมาดำเนินการตรวจสอบบูรณาการร่วมกัน เพื่อเอกซเรย์การถือครองที่ดินและอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ในส่วนของนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน โดยพบรายละเอียดภาพรวมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของนิติบุคคลกลุ่มดังกล่าว ดังนี้:
- การถือครองที่ดิน: มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจำนวน 36,277 ราย ถือครองโฉนดที่ดินรวม 305,838 แปลง คิดเป็นเนื้อที่รวมสูงถึง 1,060,000 ไร่ (1.06 ล้านไร่)
- การถือครองอาคารชุด (คอนโดมิเนียม): มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจำนวน 7,082 ราย ถือครองห้องชุดรวม 76,840 ห้อง คิดเป็นเนื้อที่รวมกว่า 4.1 ล้านตารางเมตร
TOP 5 จังหวัดที่มีการถือครองที่ดินสูงสุด
จากการตรวจสอบนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนในสัดส่วน 0.01% – 49.00% (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนและบริษัทมหาชนจำกัด) พบพื้นที่ที่มีการถือครองโฉนดที่ดินมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่:
- กรุงเทพมหานคร: จำนวน 36,047 แปลง (เนื้อที่ 29,518.43 ไร่)
- ชลบุรี: จำนวน 29,214 แปลง (เนื้อที่ 95,846.83 ไร่)
- สมุทรปราการ: จำนวน 25,029 แปลง (เนื้อที่ 35,649.62 ไร่)
- ปทุมธานี: จำนวน 24,876 แปลง (เนื้อที่ 24,441.04 ไร่)
- นนทบุรี: จำนวน 19,874 แปลง (เนื้อที่ 12,563.45 ไร่)
สถิติ 10 อันดับสัญชาติถือครอง
1. การถือครองที่ดิน (โฉนดที่ดิน)
ภาพรวมบริษัทจำกัดที่มีต่างชาติถือหุ้นสัดส่วน 0.01% – 49% (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนและบริษัทมหาชน) ที่ถือครองที่ดิน มีจำนวนรวม 30,633 ราย รวม 102,647 แปลง เนื้อที่รวม 432,210.58 ไร่ ครอบคลุมผู้ถือหุ้นกว่า 147 สัญชาติ โดย 10 อันดับแรก ได้แก่:
| อันดับ | สัญชาติ | จำนวนนิติบุคคล (ราย) | จำนวนแปลง | เนื้อที่ (ไร่) |
| 1 | จีน | 8,431 | 25,107 | 88,454.22 |
| 2 | ญี่ปุ่น | 947 | 8,429 | 36,433.79 |
| 3 | สหราชอาณาจักร | 3,014 | 7,546 | 31,321.19 |
| 4 | สิงคโปร์ | 927 | 6,820 | 38,073.56 |
| 5 | ฮ่องกง | 424 | 5,215 | 44,606.98 |
| 6 | มาเลเซีย | 552 | 5,155 | 30,245.97 |
| 7 | ฝรั่งเศส | 2,378 | 3,929 | 5,064.51 |
| 8 | ไต้หวัน | 878 | 3,887 | 19,465.76 |
| 9 | สหรัฐอเมริกา | 1,156 | 3,792 | 19,898.40 |
| 10 | เยอรมนี | 1,169 | 3,626 | 14,409.45 |
| – | อื่นๆ (รวม 137 สัญชาติ) | 10,757 | 29,141 | 104,236.75 |
2. การถือครองอาคารชุด (คอนโดมิเนียม)
ภาพรวมบริษัทจำกัดที่มีต่างชาติถือหุ้นสัดส่วน 0.01% – 49% (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนและบริษัทมหาชน) ที่ถือครองคอนโดมิเนียม มีจำนวนรวม 6,352 ราย รวม 33,927 ห้อง เนื้อที่รวม 1,997,175.24 ตารางเมตร ครอบคลุมผู้ถือหุ้นกว่า 112 สัญชาติ โดย 10 อันดับแรก ได้แก่:
| อันดับ | สัญชาติ | จำนวนนิติบุคคล (ราย) | จำนวนห้องชุด | เนื้อที่ (ตร.ม.) |
| 1 | ญี่ปุ่น | 337 | 7,315 | 244,991.65 |
| 2 | จีน | 461 | 4,312 | 206,445.81 |
| 3 | สิงคโปร์ | 175 | 4,174 | 386,908.64 |
| 4 | รัสเซีย | 814 | 2,829 | 104,252.54 |
| 5 | ออสเตรเลีย | 295 | 1,684 | 155,773.61 |
| 6 | อินเดีย | 359 | 1,618 | 98,023.24 |
| 7 | แคนาดา | 132 | 1,480 | 52,337.72 |
| 8 | สหราชอาณาจักร | 739 | 1,374 | 98,535.53 |
| 9 | หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน | 26 | 887 | 108,845.09 |
| 10 | ไต้หวัน | 98 | 735 | 66,787.93 |
| – | อื่นๆ (รวม 102 สัญชาติ) | 2,916 | 7,519 | 474,273.48 |
เดินหน้าตรวจสอบเชิงลึก
นายพูนพงษ์ ย้ำชัดเจนว่า ตัวเลขการถือครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว “ยังไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดเป็นนอมินี” เนื่องจากเป็นการร่วมลงทุนระหว่างคนไทยและต่างชาติจริงตามกฎหมาย แต่ยอมรับว่า “บางรายมีความเสี่ยงที่จะเป็นนอมินี”
ดังนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้ส่งข้อมูลเชิงลึกไปยังหน่วยงานพันธมิตรหลายฝ่าย เพื่อเร่งตรวจสอบและลงรายละเอียดในทันที ได้แก่:
- กรมการปกครอง และ กรมที่ดิน
- ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
- การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
การตรวจสอบจะครอบคลุมหลากหลายมิติ อาทิ บีโอไอและ กนอ. จะตรวจเช็กว่าผู้ได้รับสิทธิบัตรส่งเสริมมีการถือครองที่ดินตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง. จะเข้าสแกนเชิงลึกด้านเส้นทางการเงิน หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือมีพฤติกรรมใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว (นอมินี) จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจและสร้างความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน



