เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว สำหรับฟุตบอลกรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก หลังจากที่ทั้ง 16 โรงเรียน ต่อสู้ฝ่าฟันแข่งขันกันมาเป็นเวลามากกว่า 1 เดือน
คู่ชิงชนะเลิศปีนี้ ถือว่าถูกคู่มากๆ เพราะเป็นการเจอกันระหว่าง 2 ยอดทีมในวงการฟุตบอลขาสั้นบ้านเราอย่าง “ลูกแม่รำเพย” เทพศิรินทร์ เจอกับ “เจ้าสัวน้อย” อัสสัมชัญธนบุรี
เกมรอบชิงชนะเลิศ จะหวดกันที่สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ในวันอังคารที่ 8 ก.ย. 69 โดยเริ่มเตะในเวลา 15.30 น. แฟนบอลทั้ง 2 โรงเรียน หรือผู้สนใจ สามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เพื่อให้ติดตามเกมได้สนุกขึ้น วันนี้ เรามาพูดถึงทั้ง 2 ทีมคู่ชิงชนะเลิศกันครับ
เริ่มกันที่ เทพศิรินทร์ ที่ความจริงแล้ว ปีนี้เพิ่งเลื่อนชั้นจากประเภท ข กลับมาเล่นในประเภท ก อีกครั้ง แต่ทำได้ดีถึงขั้นเข้าชิงดำเลยทีเดียว

ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มของ “ลูกแม่รำเพย” ชนะ 2 แพ้ 1 โดยประเดิมด้วยการชนะ เทพศิรินทร์ เชียงใหม่ ทีมพี่ทีมน้อง 4-1 ตามด้วยแพ้ อัสสัมชัญธนบุรี คู่แข่งในรอบชิงฯ 1-4 ก่อนปิดท้ายรอบแรก ด้วยการถล่ม วัดสุทธิวราราม 5-1 ผ่านเข้ารอบเป็นที่ 2 ของกลุ่ม B
จากนั้นรอบ 8 ทีม เทพศิรินทร์ ถือว่าหืดจับ เพราะขึ้นนำ พิชญบัญฑิต ไปก่อนถึง 2-0 แต่โดนตามตีเสมอท้ายเกม 2-2 ก่อนดวลจุดโทษชนะ ก่อนที่รอบตัดเชือก จะเฉือน อัสสัมชัญ แชมป์เก่า 1-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศสำเร็จ
ผู้เล่นที่น่าจับตามองของลูกแม่รำเพยมีหลายคน ในเกมรุกให้เล็งไปที่ “เปรซ อเวส เคลลี่ คัวกู้” กองหน้าลูกครึ่งไอวอรี่โคสต์, สวรุฏ นาคราช ปีกหน้าหล่อ ที่มีความคล่องตัวสูง ทำให้มิติเกมรุกริมเส้นของเทพศิรินทร์ ถือว่าจัดจ้าน
รวมถึงแกนรุกคนสำคัญที่กำลังฟอร์มแรงอย่าง “เจ้ากาย” ภัทรดนัย พิพัฒน์ปัญญา ทำให้ลูกแม่รำเพยชุดนี้มีแผงรุกที่อันตรายทุกวินาที
ขณะที่ตรงกลางมี ชยกร ฤทธิอินทร์ คอยแจกจ่ายบอล และตัดบอล คุมเกม ด้านเกมรับก็ถือว่าไว้ใจได้ เพราะมีจอมแกร่งอย่าง กนกพล เพชรพันธุ์ คอยบัญชาเกมในแผงหลัง

จุดเด่นของเทพศิรินทร์ทุกชุดคือ ความสามัคคี ใจสู้ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยิ่งเกมนี้เล่นที่สนามศุภชลาศัย ที่เป็นเหมือน “โฮม สเตเดี้ยม” ของพวกเขา จะทำให้ได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์
นอกจากนั้น เด็กเทพยังเล่นกันได้ลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เกมรับ-เกมรุก สอดประสานกันได้ดี และสร้างโอกาสยิงได้เยอะ อยู่ที่แค่จะจบสกอร์ได้ดีหรือไม่
ด้าน อัสสัมชัญธนบุรี ฟอร์มสุดโหดกระโดดเตะ ชนะมา 3 เกมรวดในรอบแรก ประเดิมด้วยการเฉือน วัดสุทธิฯ 1-0 ต่อด้วยถล่ม เทพศิรินทร์ 4-1 และไล่ยิง เทพศิรินทร์ เชียงใหม่ 4-0 เข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม B

จากนั้น รอบ 8 ไล่ถล่ม กันทรารมณ์ ไม่ยั้ง 5-1 และรอบรองชนะเลิศ ยังเอาชนะ “รองแชมป์เก่า” สวนกุหลาบวิทยาลัย 5-0 รวมแล้วลงเล่นไป 5 นัด ยิงระเบิดถึง 19 ประตู และเสียแค่ 2 ประตู
เจ้าสัวน้อยชุดนี้เจอใครก็ได้ คาดกันอยู่แล้วว่า ต้องเข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นขั้นต่ำ เกมรุก 3 หนุ่มชายแดน “ฟาน” ศิริวัตน์ หวาเอียด ดาวยิงประจำทีม, “ภู” ภูริวัชร์ บัวเจริญ จอมเทคนิค และ “เทพอาร์ม” พิชญะ วุฒิชัย ปีกตัวทีเด็ด ที่พร้อมลากเลื้อย และไปกับบอลดังพ่อมด

นอกจากนั้น ตรงกลางยังมีตัวระดับทีมชาติอย่าง “กัปตันบอส” วรวิชญ์ บุญท้าวแก้ว คอยบัญชาเกม และแดนหลังก็มีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหน้าหยก “อชิ” วีระชัย พุ่มศิริ เป็นตัวหลัก เรียกว่าแข็งแกร่งทุกรูขุมขน
เทียบฟอร์ม และตัวผู้เล่นแล้ว ต้องยอมรับว่า อัสสัมชัญธนบุรี ดูดีกว่าชัดเจน แถมเคยชนะ เทพศิรินทร์ ถึง 4-1 ในรอบแรกด้วย จึงอยู่ที่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชเด็กเทพ ที่นำโดย “โค้ชฑูรย์” ไพฑูรย์ เทียบมา ว่าจะแก้หมากมาดีแค่ไหน
การบ้านสำคัญที่ เทพศิรินทร์ ต้องทำให้ได้ก็คือการหยุดเกมรุกอันร้อนแรงของเจ้าสัวน้อยให้ได้ ซึ่งถ้าหยุดไม่ได้ และเสียประตูเร็ว อาจจะโดนหลายลูกเหมือนเดิมก็ได้ เพราะนาทีนี้ทั้ง “ฟาน” ศิริวัตน์ และ “ภู” ภูริวัชร์ กำลังฮอต
โดยเฉพาะ “เทพอาร์ม” พิชญะ วุฒิชัย ดาวซัลโวตอนนี้ ที่ร้อนแรง และโดดเด่นเกินอายุไปมาก ทั้งเลี้ยง, ยิง, จ่าย ทำได้ครบเครื่อง เหมือนง่ายไปหมด

เชื่อว่า อัสสัมชัญธนบุรี คงมาบุกก่อนมาถนัด และครองเกม หาช่องเจาะเข้าทำมากกว่า ทำให้ เทพศิรินทร์ ห้ามโดนเร็วเป็นอันขาด เกมรับต้องเหนียวแน่น และหาจังหวะโต้กลับให้ดี ใช้โอกาสให้น้อย ซึ่งถ้าทำได้ ก็มีโอกาสเช่นกัน
แต่ “สัมธนฯ” นาทีนี้ ดูหยุดยากจริงๆ และคงไม่พลาดเอาชนะ พร้อมคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ.



