เมื่อวันที่ 7 ก.ย.69 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ว่า ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ จะหารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โดยเฉพาะกรณีที่กระทรวงการคลังต้องการให้ใช้ความช่วยเหลือในรูปแบบของการสนับสนุนแบบอัตราคงที่ เพื่อป้องกันไม่ให้โรงแรมฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือช่วงไฮซีซั่น แต่กระทรวงท่องเที่ยวฯ ยังต้องการให้ดำเนินการในรูปแบบโครงการแบบร่วมจ่าย หรือโค-เพย์เม้นท์ สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์ เนื่องจากเชื่อว่ารูปแบบนี้จะกระตุ้นให้ประชาชนนำเงินส่วนตัวมาใช้ใช้จ่ายด้วย
ทั้งนี้มั่นใจว่าการใช้รูปแบบโคเพย์เมนต์ จะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจได้ หากรัฐสนับสนุนไม่เกิน 3,000 บาท ประชาชนอาจจ่ายสมทบอีก 3,000 บาทหรือมากกว่า จะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนจริงในระบบสูงขึ้น ซึ่งจาก 3,000 บาท ต่อสิทธิ ก็กลายเผ็น 5,000-6,000 บาท ได้ อย่างไรก็ตามหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว คาดว่าจะเสนอรายละเอียดโครงการให้ครม.พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า โดยตั้งเป้าหมายให้ประชาชนและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้
อย่างไรก็ตามก่อนเปิดใช้งานจริงต้องมีการทดสอบระบบร่วมกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบการลงทะเบียนและการใช้สิทธิ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีได้ดีขึ้น โดยกระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้เสนอขอใช้งบประมาณภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้ประชาชนใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส 1 ล้านสิทธิ แบ่งการสนับสนุน 2 ส่วน ได้แก่ การสนับสนุนส่วนลดค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ วงเงิน 3,000 ล้านบาท และการสนับสนุนคูปอง ท่องเที่ยว 1,000 บาทต่อสิทธิ วงเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มมูลค่าคูปองจากเดิมที่เคยให้ 500 บาท และจำกัดการใช้เฉพาะร้านอาหาร ขณะที่โครงการใหม่จะขยายการใช้สิทธิไปยังธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ สปา และบริการด้านสุขภาพ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวมากขึ้น.



