สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD จัดงานเสวนา “Trade Intelligence Forum 2026 : Navigating Global Megatrends : Regional Outlooks” ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) และสื่อ Social Media ของ ITD โดยเป็นการระดมความคิดเห็นจากเครือข่ายสถาบันวิชาการชั้นนำจาก 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และจัดทำเอกสารนโยบาย (Policy Papers) หาโอกาสรับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนและดิจิทัลควบคู่กัน (Twin Green-and-Digital Transition) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างการค้าและการลงทุนของภูมิภาค
ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากนักวิจัย 8 ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าทุกชาติต่างเล็งเห็นจุดแข็งของประเทศไทย และพร้อมจับมือเป็นพันธมิตรเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานรูปแบบใหม่:
- บรูไนดารุสซาลาม: มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการลดคาร์บอน พร้อมเสนอความร่วมมือกับไทยในด้านระบบอาหารอัจฉริยะ, ห่วงโซ่มูลค่าฮาลาล, การค้าดิจิทัล และการเงินเพื่อความยั่งยืน
- อินโดนีเซีย: ชูศักยภาพด้านทรัพยากรนิกเกิล เสนอจับมือกับไทยสร้างห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเชื่อมวัตถุดิบและแบตเตอรี่ต้นน้ำของอินโดนีเซียเข้ากับฐานการประกอบและผลิตชิ้นส่วนปลายน้ำของไทย
- สปป.ลาว: เสนอแนวคิด “Thailand+1” เพื่อยกระดับสถานะประเทศจาก Landlocked สู่การเป็น Land-linked Hub เชื่อมโยงการค้าและเศรษฐกิจของภูมิภาค
- มาเลเซีย: ชี้ถึงผลกระทบจากสังคมสูงวัยต่อโครงสร้างการค้า โดยเสนอให้อาเซียนใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางประชากร ผ่านการเคลื่อนย้ายแรงงานและการสร้างห่วงโซ่การผลิตร่วมกัน
- เมียนมา: มุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมเสนอขยายความร่วมมือกับไทยผ่านระเบียงเศรษฐกิจแม่สอด–เมียวดี และระนอง–ย่างกุ้ง รวมถึงการพัฒนาระบบชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่น (บาท–จ๊าด)
- ฟิลิปปินส์: ประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เสนอพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น โดยเชื่อมชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ของฟิลิปปินส์เข้ากับอุตสาหกรรม EV ของไทย
- สิงคโปร์: วิเคราะห์ผลกระทบมาตรการภาษีภายใต้ Trump 2.0 เสนอการกระจายแหล่งนำเข้าจากจีนมายังพันธมิตรอาเซียนและไทย พร้อมส่งเสริมอุปสงค์ปลายน้ำในภูมิภาค
- เวียดนาม: เดินหน้านโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวสู่ Net Zero 2050 เสนอยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย–เวียดนาม ผ่านการสร้างห่วงโซ่คาร์บอนต่ำในอุตสาหกรรม EV, อิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรแปรรูป
มุมมองผู้บริหาร ITD และเลขาอาเซียน
นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD ระบุว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงระดับโลก ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือความท้าทายได้เพียงลำพัง การทำ Policy Papers ร่วมกันในครั้งนี้จะช่วยเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายที่สะท้อนผลกระทบจริง และเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ นำเสนอแนวทางร่วมมือกับไทยเพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง
ด้าน นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) ITD เสริมว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนและดิจิทัลกลายเป็นรากฐานสำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน ผลสรุปจากเวทีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับองค์ความรู้สู่งานวิจัยที่สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Dr.Ahmad Zafarullah Abdul Jalil ผู้อำนวยการกองติดตามการบูรณาการอาเซียน จากสำนักเลขาธิการอาเซียน ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Connecting Minds, Shaping the Region: Academic Collaboration in an Era of Global Megatrends” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายวิชาการเพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาภูมิภาคท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก



