เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เผยแพร่ข้อมูลระบบนิเวศในพื้นที่ มุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนผ่านการแนะนำ “ปูคีรีขันธ์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปูเจ็ดสี” สัตว์น้ำจืดหายากที่มีสีสันโดดเด่น ซึ่งยังคงพบการกระจายตัวอย่างต่อเนื่องบริเวณลำห้วยและแหล่งน้ำสะอาดในเขตป่าอนุรักษ์ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นายบำรุงรัตน์ เปิดเผยว่า การพบปูคีรีขันธ์ในพื้นที่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นดัชนีชี้วัดทางชีวภาพสำคัญที่ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เนื่องจากปูชนิดนี้มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยจะเลือกอาศัยอยู่เฉพาะในลำธารและลำห้วยที่ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมี การดูแลรักษาสัตว์น้ำจืดขนาดเล็กเหล่านี้จึงมีความสำคัญไม่แพ้การคุ้มครองสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เพราะถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ช่วยรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหารในผืนป่า

สำหรับ ปูคีรีขันธ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Demanietta khirikhan Yeo, Naiyanetr & Ng, 1998 จัดอยู่ในวงศ์ Potamidae โดยถูกค้นพบและตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นเกียรติแก่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่มีการสำรวจพบ ปูชนิดนี้ได้รับฉายาว่า “ปูเจ็ดสี” จากลักษณะเปลือกและลำตัวที่มีสีสันสดใสสะดุดตา แตกต่างจากปูน้ำจืดทั่วไป มักอาศัยอยู่ตามโขดหิน ซอกหิน และลานหินบริเวณลำธารที่มีน้ำไหลเวียนสะอาดตลอดปี

การคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตหายากชนิดนี้ เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีอย่างเข้มงวดตลอดช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุม
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เตรียมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) อย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและชุมชนรอบแนวเขตป่า ให้ร่วมกันปกป้องแหล่งน้ำและรักษาป่าต้นน้ำ เพื่อคงความหลากหลายทางชีวภาพให้อยู่คู่นิเวศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
ขอบคุณภาพและข้อูมล กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี



