เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2569 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงถึงกรอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า วุฒิสภาได้กำหนดกรอบไว้ 2 วัน คือ วันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. และวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หากสภาพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันนี้ วุฒิสภาก็จะเริ่มพิจารณาได้ในวันพรุ่งนี้ แต่หากยังไม่แล้วเสร็จก็เปิดประชุมในวันศุกร์แทน
นายพิสิษฐ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เดิมกำหนดไว้เพียงวันเดียวคือวันพฤหัสบดี แต่เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปได้เพียง 17 มาตรา จากทั้งหมด 41 มาตรา จึงขยายกรอบเป็น 2 วัน เพื่อรองรับความล่าช้า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเมื่อวุฒิสภาเริ่มประชุมจะใช้เวลาเพียง 1 วันก็แล้วเสร็จ เนื่องจากมี สว. แจ้งความประสงค์อภิปรายไว้คร่าวๆ 46 คน ให้เวลาคนละประมาณ 8 นาที ซึ่งประธานวุฒิสภาได้ออกหนังสือนัดประชุมและแจ้งผ่านแอปพลิเคชันไลน์ให้สมาชิกทราบแล้ว
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า วันที่ 14–15 ก.ย. วุฒิสภามีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อีก 6 ฉบับ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม สาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่จัดทำแผนปฏิรูปและเพิ่มประสิทธิภาพกระทรวงกลาโหม โดยตัดหน่วยงานกรมราชองครักษ์, หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์, สมุหราชองครักษ์ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ออกจากกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงแก้ไขเพิ่มเติมกรณีการพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภากลาโหมผู้ทรงคุณวุฒิ หากเป็นบุคคลล้มละลาย
ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ยกเลิกศาลจังหวัดทหาร และกำหนดให้ผู้เสียหายที่ไม่ใช่วิสามัญชนหรือบุคคลในอำนาจศาลทหารมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาได้เอง รวมทั้งเปิดให้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทหารในช่วงเวลาไม่ปกติที่มีการประกาศกฎอัยการศึกได้ เว้นแต่กรณีจำเป็นเด็ดขาดเกี่ยวกับความมั่นคงขั้นสูงสุด และ ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
เมื่อถามถึงกรณีที่การประชุมสัปดาห์หน้าตรงกับช่วงที่ กกต.จะพิจารณาคดีการฮั้วเลือก สว. ซึ่งมีรายงานว่ามี สว. เกี่ยวข้องถึง 138 คน จะกระทบต่อการทำงานหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมวิปวุฒิสภาไม่ได้มีการหารือเรื่องนี้ เพราะยังไม่ทราบตัวเลขและรายชื่อที่ชัดเจน โดยหลักการแล้ว หาก กกต. มีมติและส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แล้วศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา สว. กลุ่มดังกล่าวจึงจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีคำสั่ง ทุกคนยังคงทำหน้าที่ตามปกติ
เมื่อถามต่อว่า การเคลื่อนไหวบนเวทีของฝ่ายค้านจะส่งผลต่อการตัดสินใจของ กกต. หรือไม่ นายพิสิษฐ์ ยืนยันว่า ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีผลกระทบ กกต. พิจารณาตัดสินตามระเบียบ หลักการ เหตุผล และกรอบกฎหมายในความผิดของแต่ละบุคคล ไม่ได้ตัดสินใจตามแรงกดดันของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างแน่นอน.



