วันที่ 9 กันยายน 2569 สถาบันพระปกเกล้า จัดการประชุมคณะกรรมการประสานงานรัฐสภาและสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 301 อาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและกรอบการดำเนินงานในการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐสภาและสถาบันพระปกเกล้า ตลอดจนยกระดับการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลทางวิชาการมาใช้สนับสนุนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเป็นรูปธรรม

คณะกรรมการชุดดังกล่าวมี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาเป็นกรรมการที่ปรึกษา โดยมี นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นประธานกรรมการ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยกรรมการจากทั้งสมาชิกรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักเลขาธิการวุฒิสภา สถาบันพระปกเกล้า และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา ผู้แทนกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าจากประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึง ดร.การดี เลียวไพโรจน์ นายซูการ์โน มะทา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อินนา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร โดยมีรศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าเป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยผู้ช่วยเลขานุการจากรัฐสภาและสถาบันพระปกเกล้า

การจัดตั้งคณะกรรมการมีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกการประสานงานทางวิชาการระหว่างสถาบันพระปกเกล้า วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยมุ่งสนับสนุนทั้งการปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา การพิจารณากฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของรัฐสภา นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายวิชาการ การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ตลอดจนการประกันคุณภาพของข้อมูลและผลงานวิชาการให้มีความถูกต้อง เป็นกลาง รอบด้าน ทันต่อสถานการณ์ และมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาทิศทางและกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์สถาบันพระปกเกล้า ฉบับที่ 7 ซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์ในการเป็น “คลังสมองของชาติด้านนิติบัญญัติ เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมที่ยั่งยืน” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างงานวิจัยและองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงในกระบวนการนิติบัญญัติ การพัฒนาผู้นำและบุคลากรในวงงานรัฐสภา ตลอดจนการสนับสนุนฝ่ายนิติบัญญัติด้วยข้อมูลที่มีคุณภาพและทันต่อสถานการณ์ อีกทั้ง ยังได้หารือกันถึงการจัดประชุมเชิงยุทธศาสตร์แห่งสถาบันพระปกเกล้า (KPI’s Parliamentarians and Ambassadors Retreat) ซึ่งมุ่งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองเชิงนโยบายระหว่างสมาชิกรัฐสภาไทยและเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยเพื่อส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือและบทบาทด้านการทูตรัฐสภาของไทย
การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยง “องค์ความรู้ทางวิชาการ” เข้ากับ “การทำงานของรัฐสภา” เพื่อให้งานวิจัยและข้อเสนอเชิงนโยบายสามารถถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณากฎหมาย การทำงานของคณะกรรมาธิการ และการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรมอันจะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการนิติบัญญัติและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยต่อไป



