เมื่อวันที่ 9 ก.ย. นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และสส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความกังวลของประชาชนต่อปัญหาปลาหมอคางดำ ที่เกิดการระบาดตั้งแต่ปี 63 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ว่า ยืนยันตั้งแต่ตนเข้ามากำกับดูแลปัญหานี้ไม่เคยนิ่งนอนใจ และได้มีการดำเนินมาตรการเชิงรุกไปแล้ว 7 มาตรการ และจากกรณีที่ศาลปกครองกลางชั้นต้น มีคำพิพากษาในประเด็นปลาหมอคางดำว่าให้กรมประมง ดำเนินการตามแผนที่ได้เคยกำหนดไว้แล้ว โดยให้กระทรวงเกษตรฯ ให้การสนับสนุน และให้ดำเนินการภายใน 180 วัน นับแต่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น ขอยืนยันว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด การควบคุมการระบาดของปลาหมอคางดำ จึงเป็นพันธกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง กระทรวงฯ จะไม่รอผลคดีถึงที่สุด
นายวัชระพล กล่าวอีกว่า 7 มาตรการดังกล่าวที่ได้ดำเนินการเชิงรุกไปแล้ว ประกอบด้วยการเร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการระบาดโดยเร็วที่สุด, การปล่อยปลาผู้ล่าลงในแหล่งน้ำเพื่อช่วยล่าปลาหมอคางดำและจำกัดจำนวนปลาหมอคางดำให้อยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมได้, การนำปลาหมอคางดำที่จับขึ้นมาได้ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การแปรรูปทำปลาป่น หรือทำปุ๋ย เพื่อไม่ให้ทิ้งเสียเปล่า, การวางมาตรการเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำใหม่, การให้ความรู้และดึงเครือข่ายเกษตรกรในระดับชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง, การใช้นวัตกรรมและงานวิจัยด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการ เช่น ระบบ Tracking เพื่อติดตามและป้องกันการลุกลาม รวมถึงการวิเคราะห์ DNA และการดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางน้ำ หลังจากกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่สำเร็จแล้ว
นายวัชระพล กล่าวว่า ส่วนที่ประชาชนอาจมีคำถามหากดำเนินการไปแล้ว เหตุใดยังไม่สามารถกำจัดได้สิ้นซากนั้น ปัจจุบันพบการระบาดเป็นวงกว้าง 21 จังหวัด และมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ และบุคลากรที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ยื่นขอสนับสนุนงบกลางไป รวมถึงตนก็ได้หารือกับนายกฯ แล้ว และรัฐบาลจะยกระดับมาตรการกำจัด และควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้ได้มาก และรวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งนำมาตรการเดิมที่ได้ผลมาดำเนินต่ออย่างเข้มข้น และครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 21 จังหวัด ตลอดจนการเพิ่มมาตรการใหม่ ใช้กฎหมายประมงฉบับใหม่อนุญาต รวมถึงวิธีการที่กรมประมงได้ทดลอง และประเมินว่ามีประสิทธิภาพ และเนื่องจากพื้นที่แพร่ระบาดมีวงกว้าง รัฐบาลจึงต้องสร้างกลไกให้ชาวประมง ชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุม และลดจำนวนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยจะจะตั้งกลไกเฉพาะกิจ คณะกรรมการพิเศษขึ้นมากำกับโดยเฉพาะโดยตรง ควบคู่กับคณะเคลื่อนที่เร็วในระดับจังหวัด ในระดับปฏิบัติการทุกจังหวัดที่พบการแพร่ระบาด เพื่อให้การดำเนินงานมีผู้รับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานหลายหน่วยงานและลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนของการเยียวยา ตนได้ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
นายวัชระพล กล่าวอีกว่า ปัญหาปลาหมอคางดำ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและภาคเอกชน ต้องมีความเข้มงวดในความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศของสัตว์น้ำ กรมประมง จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตการนำเข้า และการควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น รวมถึงยกระดับระบบเฝ้าระวังบริเวณด่าน และกลไกกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต



