เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท นายสิรณัฐ สก็อต หรือ “ทราย สมุทร” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้เดินทางมาร่วมแถลงการณ์และปราศรัยในหัวข้อ “ทวงคืนประเทศไทย” “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” เพื่อยื่นหนังสือต่อสถานทูตอิสราเอล

“สนธิ ลิ้มทองกุล” นำมวลชนบุกสถานทูตอิสราเอลยื่นหนังสือปราบทุนต่างชาติ-กวาดล้างนอมินี

นายสิรณัฐ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องออกมาเรียกร้องและชุมนุมทวงคืนประเทศไทยในวันนี้ว่า ตนมาในฐานะคนที่รักประเทศไทย ไม่มีฝ่าย ไม่มีสี แต่เป็นเรื่องของแผ่นดินของเรา และมองเห็นชัดเจนว่าอนาคตของคนรุ่นใหม่และประชาชนในประเทศถูกขโมยไปแล้ว ตนเคยออกมาประท้วงเรื่องอิสราเอลตั้งแต่ปีที่แล้วเพราะรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ประเทศอิสราเอลสามารถเข้ามาในประเทศที่มีกิเลสได้ง่าย หากนักการเมืองรับเงินได้ง่ายและต่างชาติเข้ามาได้ง่าย นี่คือเหตุผลที่ต้องออกมาเพราะเห็นแล้วว่าประเทศไทยไม่ใช่ของคนไทยแล้วในตอนนี้ พฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้คือการที่ชาวต่างชาติเข้ามาอยู่เกินฐานะนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก ปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่การเปิดฟรีวีซ่า การมาเป็นนักท่องเที่ยวไม่ได้หมายความว่าจะสามารถมาเปิดกิจการหรือกวาดซื้อพื้นที่ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ คนไทยที่เป็นนอมินีทำธุรกิจให้กับต่างชาติก็เป็นเรื่องที่ผิดเช่นกัน ไม่มีใครคิดถึงคนไทยกันเองเลย

นายสิรณัฐ ระบุว่า ตนเพิ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกาเมื่อเวลา 04.00 น. ของเช้าวันนี้ และรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องออกมาพูด เพราะหากไม่แสดงความรู้สึกและไม่ตื่นตัว รัฐบาลจะเอาอนาคตไปจนหมดสิ้น ตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ต้องการให้ประชาชนเป็นเหมือนหมูเหมือนหมาที่ไม่หัน ไม่ตื่นตัว และทำตามทุกอย่างโดยไม่กล้าออกนอกแถว สิ่งที่ประชาชนทำได้ในตอนนี้คือการแสดงความรู้สึกออกมา หากคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นผิด อย่ารู้สึกว่าต้องกดหัวแล้วไม่พูดอะไร เพราะนี่คืออนาคต ถ้าไม่พูดตอนนี้แล้วจะพูดตอนไหน ยืนยันว่าตนไม่ได้มาเพราะมีสีทางการเมือง แต่มาในนาม “สีทะเล” เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เนื่องจากเห็นว่าอนาคตของคนรุ่นใหม่ถูกกวาดซื้อขายไปหมดแล้ว เหมือนได้เห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตอนที่อยุธยาต้องล่มสลาย

ส่วนจะถึงขั้นที่จะต้องเนรเทศชาวอิสราเอลหรือชาวต่างชาติออกจากประเทศไทยเลยหรือไม่ นายสิรณัฐ ตอบว่า นักท่องเที่ยวที่ไม่ดีควรถูกเนรเทศทุกคน พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยไล่นักท่องเที่ยวที่มีปัญหาเรื่องการไม่ให้เกียรติประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นหลัก ภาษาอังกฤษเป็นรอง หากพูดภาษาไทยไม่ได้และไม่ให้เกียรติประเทศไทย ก็ไม่มีสิทธิมาท่องเที่ยวบ้านเรา ทรายยืนยันว่าประเทศไทยมีทรัพยากรแข็งแรงพอที่จะเลือกนักท่องเที่ยวได้ ไม่จำเป็นต้องก้มหน้าขอความช่วยเหลือหรือลดคุณค่าของตนเอง ประเทศเราควรมีศักดิ์ศรีในทุกสิ่งที่ทำ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าคนบริหารทำให้ประเทศดูเหมือนไม่มีศักดิ์ศรี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวลหรือไม่ เนื่องจากมีคนไทยที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอล นายสิรณัฐ กล่าวว่า เราไม่สามารถอ้างชีวิตของชาติใดชาติหนึ่งมากลบหรือปิดพฤติกรรมที่อิสราเอลกระทำการรุนแรงได้ และที่ผ่านมาไม่มีใครห้ามปรามพฤติกรรมที่รุนแรงต่อพ่อค้าแม่ค้าไทยหรือโรงแรมไทย จนทำให้เกิดความกังวลมาโดยตลอดและลุกลามมาถึงปัจจุบัน

ในส่วนของรัฐบาล นายสิรณัฐกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ไม่จำเป็นต้องไปทวงคืน และการออกมาเรียกร้องอาจทำให้ผิดกฎหมายว่า ตนมองว่าต้องทวงคืนประเทศจากรัฐบาลชุดนี้ พร้อมระบุว่าไม่เห็นผลงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมองว่าผู้บริหารในตำแหน่งไม่รักประเทศไทย แต่กลับปล่อยให้ทรัพยากรถูกทำลายและขายให้กับต่างชาติไปจนหมดสิ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากให้ตัดเกรดรัฐบาลชุดนี้จะมองว่าอย่างไร นายสิรณัฐ ระบุว่า คนไทยต้องเป็นเจ้าของประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ฝรั่งสามารถถือหุ้นได้แต่ไม่สามารถครอบครองพื้นที่แผ่นดินไทยได้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีสุสานชาวต่างชาติที่คนไทยเข้าไปในพื้นที่ไม่ได้โดยอ้างว่าผิดหลักเกณฑ์หรือศาสนา ซึ่งมองว่านั่นคือการโดนล่าอาณานิคมแล้ว เช่นเดียวกับที่ภูเก็ตหรือเกาะพะงัน ที่มีต่างชาติทำธุรกิจจำนวนมากจนทำให้ราคาสูงเกินกว่าที่คนไทยในพื้นที่ด้วยเงินเดือนพื้นฐานจะเติบโตได้ และคนไทยไม่สามารถเข้าใช้บริการในบางพื้นที่ได้ ซึ่งถือเป็นการถูกล่าอาณานิคมในรูปแบบใหม่เชิงท่องเที่ยว

นายสิรณัฐ กล่าวทิ้งท้ายในฐานะคนไทยที่รักแผ่นดินว่า ที่ผ่านมาได้รับกำลังใจจากทุกจังหวัดที่ตนเดินทางไปทำงาน แต่ในวันนี้รู้สึกว่าประเทศไทยถูกคุกคามจึงต้องออกมาปกป้องสิ่งที่ตนรัก ปัญหาเรื่องอิสราเอลเป็นเพียงหนึ่งในปัญหาของประเทศ เพราะก่อนหน้านี้ยังมีปัญหาเรื่องทุนจีนเทาและการที่ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจและทำลายทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะพะงันหรือภูเก็ต ซึ่งไม่ใช่ที่ของคนไทยอีกต่อไป และย้ำว่าชาวต่างชาติเหล่านี้จะไม่สามารถเข้ามาในประเทศได้เลยถ้ารัฐบาลไม่มีกิเลส.