เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภา คนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 4 เข้าสู่มาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี
โดย ร.อ.ท.ธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายตัดลดงบประมาณของกองบินตำรวจ โดยตัดโครงการซ่อมเครื่องบิน ที่พบว่าในปี 2570 ของบซ่อมเครื่องบิน จำนวน 3 รายการ รายการแรก ราคา 619 ล้านบาท รายการสอง ราคา 270 ล้านบาท และรายการสาม ราคา 683 ล้านบาท แม้ว่าอนุ กมธ. ปรับลดงบลง 10% แต่ไม่พอ โดยตนมีเหตุผลที่ขอปรับลดสำคัญ คือ งบซ่อมเครื่องบินปี 2568 ใช้ไม่หมด งบปี 2569 ยังไม่ได้ใช้ เพราะมีประเด็นที่ไม่สามารถลงนามสัญญาได้ ซึ่งปกติแล้ว กองบินตำรวจจะจ้างการบินไทยซ่อมอากาศยานให้ แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงตามความเห็นของคณะกรรมการองค์กรบริหารความสมควรเดินอากาศอย่างต่อเนื่อง (CAMO) ซึ่งการบินไทยได้ทำหนังสือคัดค้าน ทำให้ไม่สามารถลงนามได้
ร.อ.ท.ธนเดช อภิปรายต่อว่า ตนมีข้อมูลว่ากองบินตำรวจ มีเครื่องบิน 41 ลำ แต่ใช้งานได้ 8 ลำ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการตั้งบุคคลนามสมมุติ “ดร.วช” ซึ่งวงการการบินตำรวจรู้จัก ให้เป็นกรรมการกำหนดทีโออาร์ ผู้ต่อรองราคา และในการประชุมครั้งหนึ่ง ดร.วช. พูดกับที่ประชุมถึงการคัดเลือกผู้ประกอบการไม่ต้องผ่านกรรมการ โดยปรึกษาผู้ช่วย ผบ.ตร. แล้วให้มีอำนาจเลือกผู้ประกอบการทันที ซึ่ง ดร.วช. คนนี้ ผบ.ตร. ตั้งให้เป็นที่ปรึกษาและอยู่ร่วมในทุกกระบวนการ
“ผมสงสารบุคลากรกองบินตำรวจที่ไม่ปลอดภัยในชีวิต แต่บุคคลๆ นี้เลือกผู้ประกอบการ ที่จริงผมมีคลิปเสียง ที่เตรียมมอบให้ กมธ.ตำรวจ ไม่ปล่อยให้งบกองบินตำรวจผ่านไปได้ หากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใส และขอฝากผ่านไปยังนายกฯ ที่กำกับ สตช. และ ว่าที่ ผบ.ตร. หากปล่อยปละละเลยทำงบประมาณ กองบินตำรวจจะพังพินาศ” ร.อ.ท.ธนเดช อภิปราย



