บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ภายใต้กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส ร่วมกับ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด บริษัท กรีนสปอต จำกัด บริษัท บังอรรีไซคลิ่ง กรุ๊ป จำกัด บริษัท บี เอส กล๊าสรีไซคลิ่ง จำกัด และเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว เทศบาลตำบลนาครัว และเทศบาลตำบลแม่ทะ เดินหน้าศึกษาการดำเนินงานในรูปแบบ “องค์กรรับผิดชอบจัดการบรรจุภัณฑ์ (Producer Responsibility Organization: PRO)” เพื่อส่งเสริมการเก็บรวบรวมและหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์แก้วใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในพื้นที่อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ภายใต้กรอบความร่วมมือ “Glass Reborn เกิด เก็บ กลับ”

ภายในงานเปิดตัวโครงการ ณ เทศบาลตำบลป่าตันนาครัว จังหวัดลำปาง ได้รับเกียรติจาก นายบัณฑิต เจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอแม่ทะ เป็นประธานในพิธี ร่วมกับ นายรณรพี ลีละวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักความยั่งยืนองค์กร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากภาคีความร่วมมือทั้งภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ภายในงานมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 8 องค์กร พร้อมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ตัวแทนธนาคารขยะจาก 28 หมู่บ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการคัดแยก การรวบรวม การส่งต่อ และระบบการติดตามข้อมูล รวมถึงแนวทางการสร้างแรงจูงใจเพื่อส่งเสริมการนำขวดแก้วเข้าสู่ระบบ

นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมรวบรวมขวดแก้วภายในวันเปิดตัวโครงการ โดยตลอดกิจกรรมมีประชาชนนำขวดแก้วมาร่วมรวมทั้งสิ้น 10,945.5 กิโลกรัม ขณะที่เทศบาลตำบลป่าตันนาครัว สามารถรวบรวมขวดแก้วได้มากที่สุด และได้รับรางวัลจากการแข่งขันสะสมขวดแก้วระหว่างพื้นที่

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อศึกษาแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์แก้วที่สามารถทำงานได้จริงในระดับพื้นที่ โดยเชื่อมโยงกลไกที่มีอยู่เดิม ตั้งแต่การคัดแยกจากครัวเรือนและธนาคารขยะ การรวบรวมและเตรียมเศษแก้วโดยผู้ประกอบการรีไซเคิล ไปจนถึงการนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วใหม่ พร้อมติดตามข้อมูลตลอดเส้นทาง เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบและปัจจัยที่สนับสนุนให้บรรจุภัณฑ์แก้วกลับเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้จะดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี โดย BGC และพันธมิตรจะร่วมกันติดตามข้อมูลและผลการดำเนินงาน เพื่อศึกษาว่ากลไกใดสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรวบรวมและหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์แก้วในระดับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ก่อนนำบทเรียนที่ได้ไปพัฒนาและต่อยอดในพื้นที่หรือบริบทอื่นต่อไป

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมต่อแนวทาง Extended Producer Responsibility (EPR) โดยข้อมูลและบทเรียนจากการดำเนินงานจะนำไปใช้ประกอบการแลกเปลี่ยนและนำเสนอต่อหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมผลักดันเชิงนโยบายและกรอบกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนของประเทศต่อไป