พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ยกเสน่ห์ของวิถีชนบทและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาไว้ในงาน ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สีสัน ลีลา ภูมิปัญญาท้องทุ่ง” วันที่ 5–6 ก.ย.69 เวลา 08.00-17.00 น. งานนี้ถ้าจะเรียกว่าเป็น “ตลาดของคนรักวิถีเกษตร” คงไม่ผิดนัก เพราะนอกจากจะได้เดินช้อปผลผลิตและของดีจากเกษตรกรแล้ว ยังได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเสียงจริง แลกเปลี่ยนเคล็ดลับ และเรียนรู้ภูมิปัญญาที่หลายเรื่องหาอ่านจากตำราไม่ได

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เผยถึงแนวคิดของงานว่า “งานนี้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำผลผลิต องค์ความรู้ และประสบการณ์จากการลงมือทำจริงมาถ่ายทอดให้ประชาชนได้สัมผัส พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจด้านการเกษตรมาร่วมพบปะ พูดคุย และนำแนวคิดเหล่านี้กลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พูดง่าย ๆ คือ งานนี้ไม่ได้ชวนมา “ดูเกษตร” อย่างเดียว แต่ชวนมา คุยกับคนทำจริง เรียนกับคนทำจริง และชิมของจากคนปลูกจริง จาก “ของกินในครัว” สู่ห้องเรียนภูมิปัญญา เพื่อนำแนวคิดและวิธีการทำเกษตรไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

หนึ่งในมุมที่น่าสนใจคือ นิทรรศการ “ศาสตร์แห่งรส จากภูมิปัญญา” ที่หยิบเรื่องใกล้ตัว “การถนอมอาหาร” มาเล่าใหม่ อาทิ ปลาแห้ง กล้วยตาก ผักดอง ปลาร้า แหนม กล้วยเชื่อม หรือผลไม้กวน ที่เราเห็นจนชินตา จริงๆแล้วซ่อนองค์ความรู้เอาไว้ไม่น้อย ตั้งแต่การใช้ยีสต์ รา และแบคทีเรีย ไปจนถึงบทบาทของเกลือ น้ำส้มสายชู และน้ำตาล สิ่งเหล่านี้คือ “เทคโนโลยีอาหารฉบับภูมิปัญญาชาวบ้าน”ที่คนรุ่นก่อนคิดค้นเพื่อยืดอายุอาหาร ลดการสูญเสียผลผลิต และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

เรื่องของ “เกลือ” ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเค็ม อีกหนึ่งนิทรรศการที่น่าแวะคือนิทรรศการ “เส้นทางเกลือ” ที่จะพาไปค้นพบว่าเกลือเม็ดเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหาร เชื่อมโยงตั้งแต่วิถีชีวิต สุขภาพ ภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ และพระราชดำรัสเรื่องการแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญ กับปัญหาการขาดสารไอโอดีน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

ชวนเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่าน 4 เรื่องราว ได้แก่ เกลือคือชีวิต ไอโอดีน พลังเล็กเปลี่ยนโลก เส้นทางเกลือเส้นทางชีวิต และ เจ้าฟ้านักพัฒนา จากเกลือหนึ่งหยิบมือ จึงกลายเป็นเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงไปถึงคุณภาพชีวิตของคนไทย อยากเรียนอะไร…เลือกเลย ฟรีกว่า 8 วิชา สายลงมือทำก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินดูอย่างเดียว เพราะรอบนี้มีทั้ง อบรมวิชาของแผ่นดินและ Workshop มากกว่า 8 วิชา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ หลักสูตร IoT Smart Farm Hybrid โดย อ.นิรันดร์ สมพงษ์ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.นครราชสีมา หลักสูตร“ร้อง เล่น เต้น ปลูก” โดย อ.พรรณพรหมพร เอี่ยมประชา จากสวนพรรณปันสุข จ.ปทุมธานี ที่จะทำให้เรื่องปลูกผักสนุกขึ้นจนถึงสายจริงจังอย่างหลักสูตร “พลิกโฉมการเพาะเห็ดในถุง ด้วยนวัตกรรมใหม่” โดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ด สายกินพบกับหลักสูตร “นักเก็ตธัญพืช” โดย อ.น้ำฝน วงศ์คำชัย จากสวนสองรักษ์ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.เลย และสายสุขภาพพบกับหลักสูตร “สุขภาพดี วิถีล้านนา” โดย อ.สิริลักษณ์ ทองศิริ เจ้าของบ้านจันทร์แจ่มโฮมสปา จ.เชียงใหม่ เป็นต้น

งานนี้ครบตั้งแต่ “ปลูก–ปรุง–สุขภาพ” ไปจนถึง “Smart Farm” ครบจบในงานเดียว เรียนกันแล้วก็ต้องมีเวลาช้อป เพราะพื้นที่ตลาดแห่งนี้ได้นำ สินค้าเกษตร อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ทั่วประเทศกว่า 100 ร้านค้า มานำเสนอด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภายในอาคาร และรับชมภาพยนตร์ 3 มิติ ฟรีตลอดการจัดงาน หรือติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Facebook และ YouTube ของพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ