เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 3 ก.ย. ที่บริเวณด้านข้างอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ย่านพระราม 9 นายจตุรงค์ อัศวไตรธรรม นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบว่า สืบเนื่องจากกรณีมีข่าวทางโซเชียลมีเดียระบุว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงพยาบาลบางปะกอกได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือคล้ายน้ำมันเบนซิน ทางกรมจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายจตุรงค์ กล่าวว่า สำหรับการเข้าไปตรวจสอบภายในอาคาร เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นตรวจสอบการประกอบการของบริษัท พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำภายในอาคารเพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ผล ซึ่งผลปฏิบัติการต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในส่วนของการดำเนินงานหรือแนวทางการปฏิบัติงานนั้น จะต้องให้ทางผู้บริหารเป็นผู้ให้คำตอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบน้ำภายในอาคาร พบว่ามีกลิ่นน้ำมันบริเวณจุดที่อยู่ใกล้กับบ่อพักน้ำที่จะออกสู่ภายนอก (จุดความปลอดภัย) โดยเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อพักน้ำและบ่อระบายออกสู่ภายนอกจำนวน 1 จุด

นอกเหนือจากเรื่องของน้ำและน้ำมันแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบมลพิษทางอากาศด้วย เนื่องจากปัญหาจากดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย โดยภาพรวมการประกอบกิจการส่วนใหญ่จะพบปัญหาเรื่องเสียง ความร้อน และควันจากเครื่องเจเนอเรเตอร์ ซึ่งผู้บริหารกำลังหาแนวทางจัดประชุมร่วมกันเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหา

สำหรับการตรวจสอบบริเวณด้านนอกตามข้อร้องเรียนของประชาชน ที่ระบุว่ามีกลิ่นคล้ายไอของน้ำมันระเหยขึ้นมาจากท่อน้ำทิ้ง เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำขึ้นมาตรวจโดยใช้เทคนิคเฮดสเปซ (Headspace) นำน้ำขึ้นมาเขย่าและใช้เครื่องตรวจวัดก๊าซเพื่อหาก๊าซที่ก่อให้เกิดกลิ่น เบื้องต้นพบกลิ่นไฮโดรเจนซัลไฟด์และสารอินทรีย์ระเหยง่ายตามที่มีการร้องเรียนจริง โดยเครื่องตรวจวัดปริมาณสารระเหยง่ายได้ประมาณ 3 ppm ซึ่งเป็นระดับที่สามารถรับรู้กลิ่นได้ ขณะเดียวกันยังพบก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (ก๊าซไข่เน่า) ร่วมด้วย ต่อข้อซักถามว่าระดับดังกล่าวส่งผลอันตรายต่อร่างกายหรือต้องกังวลหรือไม่ นายจตุรงค์ ระบุว่า เบื้องต้นอยู่ในระดับที่สามารถรับรู้กลิ่นได้ ส่วนมาตรฐานด้านสุขภาพอาจจะต้องมีการตรวจเก็บตัวอย่างสลับอีกครั้ง โดยใช้ค่ามาตรฐานเฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้วัดค่าออกซิเจนร่วมด้วยเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงในการจุดติดไฟ ซึ่งผลปรากฏว่ายังไม่ถึงระดับที่อาจก่อให้เกิดการระเบิดหรือลุกติดไฟ แต่อาจก่อให้เกิดความรำคาญและมีกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายออกจากท่อน้ำทิ้ง ซึ่งจะต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนลงพื้นที่ตรวจสอบและตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศภายนอกต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยที่ต้องอาศัยหน่วยงานรัฐหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเคยมีการร้องเรียนเรื่องกลิ่นหรือปัญหาอื่น ๆ ของดาต้าเซ็นเตอร์มาก่อนหรือไม่ นายจตุรงค์ เผยว่า ที่ผ่านมาเคยได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์เกี่ยวกับปัญหาความร้อนและเสียงมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่ใช่สถานที่แห่งนี้ และเมื่อถามต่อว่าในละแวกนี้จะมีดาต้าเซ็นเตอร์จุดอื่นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าจะมีอีก ซึ่งทางผู้บริหารจะให้ข้อมูลและอาจมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม

ส่วนความชัดเจนว่าน้ำมันในท่อระบายน้ำมาจากดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้หรือไม่ นายจตุรงค์ ระบุว่า ทางผู้บริหารจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว จุดที่เจ้าหน้าที่เปิดตรวจเป็นจุดที่มีท่อระบายน้ำออกจากบ่อพักของอาคารแล้วเชื่อมมายังจุดที่เปิดตรวจ ซึ่งคาดว่าเป็นท่อระบายน้ำเส้นเดียวกันที่ปล่อยจากอาคารลงสู่ท่อสาธารณะ แต่ทิศทางการไหลของน้ำจะต้องขอข้อมูลจากสำนักระบายน้ำเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าน้ำมันอาจจะรั่วไหลมาจากจุดอื่นที่ไม่ใช่ดาต้าเซ็นเตอร์ นายจตุรงค์ ระบุว่า อาจจะต้องปูพรมตรวจแหล่งกำเนิดทุกแห่งที่มีโอกาสปล่อยของเสียประเภทน้ำมัน เนื่องจากน้ำในรางระบายน้ำอาจมาจากหลายแหล่ง จึงต้องตรวจสอบพิสูจน์ให้ทราบแหล่งที่มาที่แน่ชัดก่อนเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อไป และหากพบแหล่งกำเนิดที่กระทำความผิด จะต้องพิจารณาความผิดตามกฎหมายข้อหาต่างๆ ตามข้อเท็จจริง

สำหรับประเด็นว่าตัวอาคารดาต้าเซ็นเตอร์มีความผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือถูกสั่งปรับปรุงแก้ไขแล้วหรือไม่ นายจตุรงค์ กล่าวว่า จะต้องรอผลวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมจากห้องปฏิบัติการในวันรุ่งขึ้น เพื่อนำมาเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเสียก่อน จึงจะยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้

เมื่อสอบถามถึงระบบระบายน้ำตามปกติของดาต้าเซ็นเตอร์ ว่าควรมีสถานที่พักน้ำไว้เองหรือไม่ เนื่องจากน้ำที่ใช้หล่อเย็นอาจมีมลพิษปะปน นายจตุรงค์ ชี้แจงว่า ปกติน้ำหล่อเย็นอาจมีการรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต และมีการใช้น้ำเติมเพิ่ม เนื่องจากน้ำหล่อเย็นสามารถระเหยได้ โดยไม่ได้ปล่อยทิ้งออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และจากการสอบถามโรงงานเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำความผิด ภายในอาคารมีระบบบำบัดน้ำเสียอยู่แล้ว แต่ในรายละเอียดการตรวจสอบเชิงลึกภายในโรงงาน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้แถลงรายละเอียดต่อไป.