เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 11/2569 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมด้วยผู้แทนจาก บช.น., ภ.1-9, ก., ตชด., สตม., ส., ทท., สอท., สงป., สทส., สพฐ.ตร., พตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 14

ทั้งนี้จากการสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศพร้อมกันในคราวเดียว ระหว่างวันที่ 1–28 สิงหาคม 2569 สามารถทลาย 1,491 เครือข่าย จับกุม 17,440 คดี ผู้ต้องหา 17,481 ราย ยึดยาบ้ากว่า 77 ล้านเม็ด, ไอซ์ 6,446 กิโลกรัม, คีตามีน 681 กิโลกรัม, เฮโรอีน 16 กิโลกรัม, ยาอี 1,726 เม็ด, อาวุธปืน 498 กระบอก, วัตถุระเบิด 1 ลูก และยึดทรัพย์ 319 ล้านบาท พร้อมสั่งทวีความเข้มข้นมาตรการเชิงรุก เพื่อทำลายโครงสร้างและวงจรเครือข่ายผู้ค้าอย่างเด็ดขาด

ผลการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศเฉพาะวันนี้ ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 2,904 จุด ครอบคลุม 529 เครือข่าย โดยสามารถจับกุมคดียาเสพติด 2,140 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 2,181 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 131 หมาย สามารถตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 3,989,450 เม็ด, ไอซ์ 431 กิโลกรัม, คีตามีน 260 กิโลกรัม, เฮโรอีน 3 กิโลกรัม, ยาอี 290 เม็ด และ อาวุธปืน 57 กระบอก พร้อมตรวจยึดเงินสด 118,403 บาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท

พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า สถานการณ์การลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยผ่านทางชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนล่าง ทวีความรุนแรงและมีสถิติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในห้วงเดือนสิงหาคม 2569 พื้นที่จังหวัดชายแดนอย่างจังหวัดนครพนม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่กลุ่มขบวนการพยายามใช้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงเน้นย้ำให้ตำรวจภูธรภาค 4 และทุกหน่วยขับเคลื่อนมาตรการกวาดล้างและสกัดกั้นอย่างเข้มข้นในระยะเวลา 1 เดือนนับจากนี้ โดยไม่มีการผ่อนปรน เพื่อตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณและยกย่องหน่วยงานปฏิบัติการ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จนมีผลการจับกุมอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด







