สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 107.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,564.71 บาท) เพิ่มขึ้น 6.42 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 212.63 บาท) หรือ 6.34% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (ดับเบิลยูทีไอ) ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,394.14 บาท) เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 212.96 บาท) หรือ 6.69% เมื่อวันพฤหัสบดี


ราคาน้ำมันดิบในทั้งสองตลาดแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา และปรับขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน


การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังกองกำลังฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน สามารถยึดเมืองท่าโมคาในเยเมน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินเรือในทะเลแดง ขณะที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะงัก


นักวิเคราะห์มองว่า ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป แต่ครอบคลุมเส้นทางส่งออก แหล่งผลิตน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง


ขณะเดียวกัน ความยั่งยืนของการปรับขึ้นราคาน้ำมันจะขึ้นอยู่กับจีน ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งจีนเพิ่มการซื้อน้ำมันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอุปสงค์ซบเซามาหลายเดือน จึงอาจหนุนราคาน้ำมันให้สูงขึ้น หากการนำเข้ายังคงฟื้นตัว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS