เมื่อวันที่ 10 ต.ค.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร และพ.อ.เจษฎา เฟื่องฟู ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการพิเศษ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังต่อเนื่องนานกว่า 15 วัน โดยปัจจุบันระดับน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังการบูรณาการวางแผนและปฏิบัติการระบายน้ำร่วมกันของทุกภาคส่วน

สำหรับหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,800 ครัวเรือน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่ระยะแรกและระบายน้ำได้ช้า เนื่องจากข้อจำกัดของเส้นทางการระบายน้ำและปริมาณน้ำสะสม การแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะจุดน้ำท่วมขังได้ แต่ต้องบริหารจัดการเส้นทางน้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการระบายน้ำผ่านคลองลำกอไผ่และคลองลำปลาทิว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว

รมว.กลาโหมยังคงให้ระดมสรรพกำลังและเครื่องมือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากหน่วยทหาร กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และภาคเอกชน รวมถึงเครื่องมือเร่งระบายน้ำ อาทิ ท่อซิ่ง เครื่องสูบน้ำ และเรือผลักดันน้ำ ตลอดจนเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถตักและรถแบ็กโฮ เพื่อสนับสนุนการเปิดทางน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจุดที่มีข้อจำกัด โดยมุ่งให้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องจนสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

รมว.กลาโหม กล่าวเน้นย้ำหลักการทำงานร่วมกันว่า การแก้ไขปัญหาอุทกภัยไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และไม่มีใครเป็นพระเอก ทุกฝ่ายมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน โดยกองทัพพร้อมทำหน้าที่สนับสนุนหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านน้ำ ทั้งด้านการวางแผน กำลังพล เครื่องมือ และการประสานงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการคืนพื้นที่และชีวิตปกติให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด สำหรับภารกิจฟื้นฟูพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบังได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง ภายหลังระดับน้ำลดลง โดยมุ่งเร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งประชาชนทยอยนำออกมาวางรอการจัดเก็บทั้งบริเวณถนนสายหลักและซอยย่อย

รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยังคงประสานการปฏิบัติร่วมกับกรุงเทพมหานครและทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินภารกิจทั้งสองพื้นที่ควบคู่กัน ได้แก่ “เร่งระบาย” ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง และ “เร่งเก็บ–เร่งฟื้นฟู” ในพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือการคืนพื้นที่ คืนบ้านเรือน และคืนชีวิตปกติให้กับประชาชน ปฏิบัติการรบกับน้ำครั้งนี้ ไม่ใช่ชัยชนะของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ กองทัพ ภาคเอกชน และประชาชน ที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะชัยชนะที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงวันที่ระดับน้ำลดลง แต่คือวันที่ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง.



