สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงแอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรีย เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศของยูเออี ระบุในแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า ยูเออีหวังว่าการตัดสินใจความสัมพันธ์ทางการทูตของแอลจีเรีย จะเป็นเพียงชั่วคราว พร้อมกับเสริมว่า รัฐบาลอาบูดาบียังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และผลประโยชน์ร่วมกัน

อนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างแอลจีเรียกับยูเออี ตึงเครียดมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสื่อแอลจีเรียวิพากษ์วิจารณ์ยูเออีอย่างรุนแรง และกล่าวหาว่ายูเออีพยายามสร้างความขัดแย้งในภูมิภาค

ด้านกระทรวงการต่างประเทศแอลจีเรีย ระบุว่า การกระทำของยูเออีมาถึงจุดที่ไม่สามารถยอมรับหรืออดทนได้อีกต่อไป และทางแอลจีเรียพยายามรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างถึงที่สุดแล้ว

ขณะที่ นายอันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดียูเออี กล่าวบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ความสัมพันธ์ทางการทูตควรตั้งอยู่บนเหตุผล การสื่อสาร และความชัดเจนของผลประโยชน์ มากกว่าปริศนาและสัญญาณที่ต้องถอดรหัส โดยไม่เอ่ยถึงแอลจีเรียโดยตรง หรือเชื่อมโยงความคิดเห็นของเขากับการตัดสินใจของแอลจีเรีย

ภายหลังการตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับยูเออี แอลจีเรียจะปิดน่านฟ้าสำหรับเครื่องบินพลเรือนและเครื่องบินทหารที่จดทะเบียนในยูเออีทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้ (11 ก.ย.) เป็นต้นไป แต่เที่ยวบินพาณิชย์ของยูเออีจะได้รับการยกเว้นจนถึงสิ้นปี 2569

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศแอลจีเรีย ยังเรียกตัวเอกอัครราชทูตยูเออีประจำแอลจีเรีย เข้าพบ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ทางการทูต และให้เวลา 48 ชั่วโมงในการปฏิบัติตาม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS