วันนี้ (11 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทแอนโทรปิก ผู้พัฒนาโมเดลเอไอ “คล็อด” ออกมาเปิดเผยผ่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ได้ทำการระงับบัญชีผู้ใช้หลายรายที่บริษัทพบว่ามีความพยายามที่จะนำเอไอของบริษัทไปใช้ในลักษณะที่อาจสนับสนุนการพัฒนาอาวุธชีวภาพ ซึ่งทางบริษัทถือว่า การนำเอไอไปใช้ในทางที่ผิดด้านชีวภาพเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด

ในรายงานมีการสรุปกรณีศึกษา 5 กรณี ที่ผู้ใช้พยายามหลบเลี่ยงระบบควบคุมและปกปิดวัตถุประสงค์ของการใช้งานเอไอเพื่อหลีกเลี่ยงระบบความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการใช้เอไอเพื่องานวิจัยประเภท Gain-of-function (การตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถของเชื้อโรค) ของโรคติดต่อหลายชนิด เช่น โรคไข้หวัดนก โรคจากไวรัสชิคุนกุนยา กลุ่มไวรัสฝีดาษ และพิษชนิดใหม่ๆ 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในระยะ 30 วัน แอนโทรปิกพบกิจกรรมน่ากังวลราว 35 รายการ แม้ผู้ใช้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานวิจัยจริง แต่บริษัทยังไม่สามารถยืนยันเจตนาที่แท้จริงได้ว่ามีวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือตั้งใจจะก่อให้เกิดอันตราย อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อสถาบันวิจัยหรือประเทศที่นักวิจัยเหล่านี้ทำงานอยู่

รายงานดังกล่าวระบุว่า เอไอช่วยลดช่องว่างด้านแรงงานและเครื่องมือ ทำให้การโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้สั่งการโจมตีที่มีทักษะสูงอีกต่อไป ขณะเดียวกัน แม้การค้นพบยาและรักษาโรคจะเป็นประโยชน์หลักของการใช้งานเอไอ แต่คุณสมบัตินี้ก็อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้พัฒนาอาวุธชีวภาพได้เช่นกัน โดยมักใช้การใช้ประโยชน์เชิงบวกของเอไอมาเป็นข้ออ้างเพื่อปกปิดการวิจัยที่เป็นอันตราย เช่น หลีกเลี่ยงการใช้คำสั่งที่มีเจตนาร้ายโดยตรง อย่าง “ช่วยสร้างอาวุธชีวภาพ” มาเป็น “ขอข้อมูลการปรับตัวของไวรัสไข้หวัดนกเพื่อนำไปผลิตวัคซีน” แทน

อย่างไรก็ตาม แอนโทรปิกยืนยันว่าโมเดลเอไอรุ่นล่าสุดอย่าง คล็อด เฟเบิล 5 มีมาตรการป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้นในการจำกัดคำถามวิจัยเชิงชีวภาพที่เสี่ยงต่อการนำไปใช้ได้ทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย นอกจากนี้ ยังได้ขัดขวางการนำเอไอไปใช้ในการสอดแนมหรือกระบวนการต้มตุ๋น รวมทั้งพัฒนาอาวุธดั้งเดิมอย่างโดรนหรือขีปนาวุธอีกด้วย

รายงานการเปิดเผยที่น่าตกใจนี้สอดคล้องกับคำเตือนจาก เจคอบ ค็อกซอน อดีตพนักงานของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเอไอที่ลาออกเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัยในการพัฒนาเอไอ โดยอดีตนักวิจัยของแอนโทรปิกและโอเพนเอไอ วัย 27 ปี ระบุว่าเทคโนโลยีเอไอกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วเกินไปจนอาจเกินความควบคุมของมนุษย์ และผู้สร้างโมเดลเอไอหลายคนเชื่อว่า มันอาจสร้างความหายนะร้ายแรงหรือทำลายล้างมนุษยชาติได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : edition.cnn.com

เครดิตภาพ : REUTERS