เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.ย. นางสาวประเมิน รักนาค ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน“ข้าวแกงกรุงศรี รสชาติแห่งแผ่นดิน สืบศิลป์อาหารไทย”  ที่ร้าน BORAN Cafe and Restaurant (ร้านโบราณ ณ อยุธยา) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนางสาวฐนิวรรณ ลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย นางรฎาวดี รตนชัยอุชุกร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ภาคกลาง นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผอ.ททท.พระนครศรีอยุธยา นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธนกฤต กิตติธรรมกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวณัฐภัค เสถียรุจิกานนท์ เลขาสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม(ATIT) หน่วยงาน ต่าง  ๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชน   สมาคมภัตตาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคกลาง ฯลฯ เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้   

สำหรับกิจกรรม  ข้าวแกงกรุงศรี รสชาติแห่งแผ่นดิน สืบศิลป์อาหารไทย จัดขึ้นภายใต้โครงการเสริมสร้างภาพลักษณ์และยกระดับการประชาสัมพันธ์สำรับอาหารแห่งกรุงศรีอยุธยาสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง  

โดยมีการบรรยายสำรับกรุงศรี รากเหง้าข้าวแกงอยุธยา โดย รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง ผู้อำนวยการโครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต การเสวนา การส่งเสริมข้าวแกงแห่งสยาม และการสาธิตการทำเมนู แกงมัสมั่น ตำรับที่เดินทางจากเปอร์เซีย สู่ราชสำนักสยามในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดย ดร.ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ หรือเชฟจากัวร์ แช้มป์ข้าวแกงประเทศไทย ปี 2568   

นางสาวประเมิน  กล่าวว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวด้านอาหารของอยุธยา โดยเฉพาะข้าวแกง เป็นหนึ่งในอาหารดั้งเดิมที่มีมายาวนาน และนอกจากเมนูข้าวแกงที่มีจำหน่ายทั่วไปแล้ว ยังสามารถนำเมนูเก่าๆ ขึ้นมานำเสนอให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก การมาท่องเที่ยวอยุธยาก็จะไม่เป็นเพียง “ชมเมืองเก่า เที่ยวเมืองเก่า” แต่จะได้ “ชิมอาหารเมืองเก่า ชิมข้าวแกงเมืองเก่า” ได้เข้าใจวัฒนธรรมอาหารกรุงศรี อาหารเป็นอีกหัวใจสำคัญของการยกระดับไปสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ที่สร้างคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมไปพร้อมกัน

นางดวงเดือน กล่าวว่า กิจกรรม “ข้าวแกงกรุงศรี รสชาติแห่งแผ่นดิน สืบศิลป์อาหารไทย” จะเชื่อมโยงเรื่องราวของอาหารเข้ากับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว สร้างภาพจำใหม่ให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในฐานะ “เมืองมรดกโลกที่มีชีวิต และเมืองแห่งอาหารวัฒนธรรม” และสร้างผลต่อเนื่องด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิด High Value – High Impact และสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในอนาคต

เมื่อกล่าวถึง “มรดก” ของอยุธยา เราอาจนึกถึงวัด และโบราณสถาน แต่ยังมีมรดกอีกสิ่งหนึ่งที่ใกล้ตัวและสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนได้เป็นอย่างดี นั่นคือ “อาหารไทย”อาหารหนึ่งจานไม่ได้มีเพียงรสชาติ หากยังบอกเล่าเรื่องราวของแผ่นดิน ภูมิปัญญา วัตถุดิบ ท้องถิ่น วิถีชีวิต และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะกรุงศรีอยุธยาในอดีตซึ่งเป็นเมืองท่าการค้านานาชาติ อาหารของอยุธยาจึงสะท้อนความหลากหลายและความเชื่อมโยงกับผู้คนจากนานาประเทศกิจกรรม “ข้าวแกงกรุงศรี รสชาติแห่งแผ่นดิน สืบศิลป์อาหารไทย” จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนออาหาร แต่เป็นการนำเรื่องราวและภูมิปัญญาจากอดีตกลับมามีชีวิต และต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถทั้ง ชม ชิม และเรียนรู้ เรื่องราวของอยุธยาได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้เดินทาง แต่คือการสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ สร้างรายได้และโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการ ตลอดจนสร้างความภาคภูมิใจในทุนวัฒนธรรมของท้องถิ่น