หลังจากผ่านช่วงเวลาที่สับสน นาทีนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งกับรถคันเดิมที่เคยเปิดตัวไปก่อนนี้แล้ว แต่ราคายังไม่ตรงใจ แต่ในรอบนี้ปรับมาใหม่เร้าใจขึ้นเยอะ นี่คือ รถครอสโอเวอร์พิกัด B-SUV จาก “ซูซูกิ” (Suzuki) ในชื่อรุ่นว่า “ฟรองซ์” (FRONX)  รถหน้าตาหล่อเหลาที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย 100% ในราคาเริ่มต้นเพียง 649,000 เท่านั้น!

            สวัสดีวันหยุด! พบกับอ้วนซ่า แอบซิ่ง อีกเช่นเคย เรื่องราวของเราในสุดสัปดาห์นี้เป็นเรื่องของการกลับมาทวงพื้นที่ของค่ายซูซูกิ ที่ช่วงที่ผ่านมาดูจะแผ่วลงไปจากการตัดสินใจปิดสายพานการผลิตในประเทศไทยไป และพลิกมาใช้การนำเข้า 100% เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการในตลาดที่มีการแข่งขันสูงของบ้านเรา แต่ในวันนี้พวกเขาต้องการตอกย้ำว่า พวกเขาไม่ได้ไปไหน โชว์รูมและศูนย์บริการ ยังคงทำหน้าที่ต่อไป และจะมีรถใหม่ที่นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีนำเข้ามาเติมเสมอ และนอกจากนี้จะยังมีรถที่นำเข้ามา จากอินเดีย และญี่ปุ่นเข้ามาอีกเช่นกัน เรียกว่าเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ผลิตอีโคคาร์ในประเทศ” ไปเป็น “ผู้นำเข้ารถยนต์ SUV และไฮบริดขนาดกระทัดรัด ระดับสากล” แทนนั่นเอง

            สำหรับรถรุ่น ฟรองซ์ นี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2568 แต่การตอบรับของตลาดเรียกว่าเงียบกริบ ดังนั้นในวันนี้พวกเขาตัดสินใจกระตุ้นตลาดด้วยการลดราคากันไปเลย คันละ 100,000 บาท! ทำให้ราคาของ ฟรองซ์ GX เหลืออยู่เพียง 649,000 บาท และรุ่นท็อป GLX เหลืออยู่เพียง 699,000 บาทเท่านั้น ใครที่มองหารถในพิกัดนี้ต้องแวะโชว์รูมดูของจริงกันแล้ว

            รถฟรองซ์ทั้งสองรุ่นนั้นใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรหัวฉีดคู่ ดูอัลเจ็ท (Dualjet) หนึ่งกระบอกสูบมี 2 หัวฉีด เพื่อช่วยให้ละอองน้ำมันเป็นฝอยเล็ก เผาไหม้ได้สมบูรณ์ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ISG (Integrated Starter Generator) ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดเล็ก ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ดังนั้นซูซูกิ จึงเรียกระบบนี้ว่า สมาร์ทไฮบริด (Smart Hybrid) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าระบบ “ไมล์ด ไฮบริด” (Mild Hybrid) และส่งกำลังลงสู่ล้อหน้าผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

            มอเตอร์ ISG นี้มีกำลังราว 3 แรงม้า ไม่ได้มากมายอะไร แต่สิ่งที่โดดเด่นคือ แรงบิดที่มากถึง 60 นิวตันเมตร มันจะสามารถเสริมแรงบิด (Torque Assist)ให้กับเครื่องยนต์ในย่านที่เครื่องสันดาปภายในยังไม่สามารถสร้างแรงบิดได้ดีพอ อาทิในช่วงรอบต่ำ ตอนออกตัว หรือเร่งแซง ช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ทำให้ประหยัด และลดมลภาวะ แม้ว่ากำลังของเครื่อง 1.5 นี้จะไม่ได้จัดจ้าน คือแรงม้าสูงสุดเพียง 101 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที แต่การมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมแรงบิดในรอบต่ำอีก 60 นิวตันเมตร การออกตัวจะลื่นไหลเบาสบาย แถมประหยัดเชื้อเพลิงแน่นอน

            เรียกได้ว่า ด้วยราคาใหม่นี้ทำให้ฟรองซ์ ดูน่าสนใจขึ้นอีกมหาศาล เพราะหน้าตาถือว่าสะสวย ทั้งภายนอก และภายใน แต่หากจะเทียบราคานี้กับ รถไฟฟ้าแบรนด์จีน ก็จะเจอกับคู่แข่งกระดูกขัดมันหลายรุ่น ไม่ว่า ฉางอัน นีโว คิว05 (Changan Nevo Q05) โอโมดา ซี5 อีวี (Omoda C5 EV) เชอรี วี23 (Chery V23) และรถขายดีอย่าง แจคู 5 อีวี (Jaecoo 5 EV)  ซึ่งล้วนแล้วแต่หน้าตาหล่อเหล่า แถมแน่นไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกร่วมสมัย อาทิเบาะไฟฟ้า หน้าจอกลางขนาดใหญ่ และกล้องรอบคันอัจฉริยะ แต่ก็เสียเปรียบรถสันดาปเรื่องการเดินทางไกล และราคาขายต่อก็ยังน่าห่วง

            เรียกได้ว่าการลดราคาลงมาถึง 100,000 บาทในครั้งนี้ น่าจะพอเรียกคะแนนคืนมาได้บ้าง ใครที่มองหารถที่หน้าตาดี แม้จะไม่แรงปรู้ดปร้าด แต่ขับดี ทรงตัวดี ประหยัด และทนทาน ก็ลองแวะโชว์รูมซูซูกิดูนะขอรับ!