เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การใช้ไฟล์ข้อมูลที่แยกไว้หลายระบบ อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน ทำงานซ้ำซ้อน หรือทำให้ทีมต้องเสียเวลากับงาน Manual มากกว่าการพัฒนาธุรกิจโดยไม่รู้ตัว

SAP Business One จึงเป็นระบบ ERP ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจ SME และธุรกิจขนาดกลางที่กำลังเติบโต ให้สามารถรวมข้อมูลสำคัญไว้ในระบบเดียว มองเห็นภาพรวมธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น และวางรากฐานการทำงานให้รองรับการเติบโตในอนาคต


SAP Business One ช่วยบริหารธุรกิจได้อย่างไร?

SAP Business One ช่วยบริหารธุรกิจได้อย่างไร

SAP Business One หรือ SAP B1 คือระบบ ERP ที่ช่วยรวมข้อมูลสำคัญและบริหารกระบวนการหลักของธุรกิจไว้ในระบบเดียว โดยสามารถสรุปการทำงานหลัก ๆ ได้ 3 ด้าน ดังนี้


รวมทุกข้อมูลธุรกิจไว้ในระบบเดียว

SAP Business One ช่วยรวมข้อมูลสำคัญของธุรกิจ เช่น การขาย การจัดซื้อ สต็อก การเงิน และบัญชี ให้อยู่ในระบบเดียว ลดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ และช่วยให้แต่ละทีมทำงานจากข้อมูลชุดเดียวกันได้แม่นยำขึ้น


เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจด้วยข้อมูลแบบ Real-Time

เมื่อข้อมูลการขาย สต็อก จัดซื้อ และบัญชีเชื่อมโยงกัน ผู้บริหารสามารถติดตามสถานะสำคัญของธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น ลดเวลาในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง และใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนได้แม่นยำขึ้น


ลดงาน Manual และขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน

อีกหนึ่งข้อดีของระบบ SAP คือ ช่วยลดงาน Manual และขั้นตอนซ้ำซ้อนในองค์กร เช่น การกรอกข้อมูลหลายรอบ การรวบรวมรายงาน หรือการตรวจสอบข้อมูลระหว่างแผนก ทำให้ Workflow มีมาตรฐานขึ้น และช่วยให้ทีมมีเวลาโฟกัสงานที่สร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจมากกว่าเดิม


จุดเด่นของ SAP Business One ที่ทำให้ธุรกิจเลือกใช้งาน

SAP Business One (SAP B1) เป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มี Ecosystem รองรับการขยายความสามารถของระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ โดยปัจจุบัน SAP Business One มีลูกค้ามากกว่า 83,000 รายในกว่า 170 ประเทศ และรองรับการใช้งาน 28 ภาษา

จุดเด่นที่ช่วยให้ SAP B1 รองรับความต้องการของธุรกิจที่หลากหลาย ได้แก่

  • รองรับการปรับใช้ตามประเทศและธุรกิจ: มี Country Localization และรองรับ 28 ภาษา ช่วยให้ธุรกิจที่ดำเนินงานในหลายประเทศสามารถปรับระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและบริบทของแต่ละพื้นที่ได้
  • ต่อยอดระบบผ่าน Ecosystem: รองรับการเชื่อมต่อและขยายความสามารถผ่าน Partner Extensions และ Add-on โดย SAP ระบุว่ามีโซลูชันจาก Partner มากกว่า 500 รายการสำหรับต่อยอดการใช้งาน SAP Business One
  • เชื่อมต่อกับระบบและโซลูชันอื่น: SAP Business One รองรับ Integration Framework และ Partner Solutions เพื่อเชื่อมต่อกับระบบหรือกระบวนการอื่นตามความต้องการของธุรกิจ
  • รองรับการเติบโตของธุรกิจ: เหมาะกับ SME ที่ต้องการพัฒนาระบบบริหารจัดการให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น และสามารถต่อยอดความสามารถของระบบเมื่อธุรกิจขยายตัว
  • ช่วยยกระดับมาตรฐานด้านการเงินและสต็อก: การจัดการข้อมูลผ่านระบบ ERP ช่วยให้กระบวนการด้านการเงิน บัญชี และสต็อกเป็นระบบมากขึ้น ลดความซับซ้อนในการตรวจสอบข้อมูล และช่วยให้การปิดบัญชีมีขั้นตอนที่ชัดเจน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการกำกับดูแลและความพร้อมด้านข้อมูลทางการเงิน


SAP Business One รองรับการติดตั้งและใช้งานรูปแบบใดบ้าง?

SAP Business One รองรับทั้ง On-Premise และ Cloud โดยสามารถเลือกสถาปัตยกรรมให้เหมาะกับนโยบาย IT, Security และความต้องการขององค์กร ส่วน Mobile Application เป็นช่องทางเสริมสำหรับเข้าถึงข้อมูลและทำงานนอกสถานที่


SAP Business One บน Cloud

วางระบบบน Cloud Environment ที่องค์กรสามารถเลือกผู้ให้บริการโฮสติ้งได้เอง เช่น AWS, Huawei Cloud, INET หรือผู้ให้บริการ Cloud อื่น ๆ รวมถึง SAP Partner โดยช่วยลดภาระด้าน Infrastructure ภายในองค์กร และเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายระบบ การบริหารจัดการ และการเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่


SAP Business One On-Premise

SAP Business One On-Premise เหมาะกับองค์กรที่ต้องการควบคุมระบบและข้อมูลภายในองค์กรเอง หรือมีข้อกำหนดด้าน IT Policy ที่ต้องดูแลระบบภายในเป็นหลัก รวมถึงมีโครงสร้างการทำงานชัดเจน และต้องการกำหนดการบริหารจัดการระบบตามมาตรฐานภายในองค์กร


SAP Business One Mobile Application

นอกจากการใช้งานผ่านระบบหลัก SAP Business One ยังมี Mobile Application สำหรับ iOS และ Android ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิ์สามารถเข้าถึงข้อมูลและดำเนินงานบางประเภทผ่านอุปกรณ์มือถือ เช่น ตรวจสอบรายงานและข้อมูลธุรกิจ รับการแจ้งเตือน (Alerts) และดำเนินการอนุมัติ (Approval) โดยฟังก์ชันที่รองรับจะขึ้นอยู่กับ License, Configuration และระบบที่องค์กรเลือกใช้งานค่ะ


ก่อนวางระบบ SAP Business One ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

การเลือก SAP Business One ควรเลือกจาก Pain Point และกระบวนการที่องค์กรต้องการ ปรับปรุงหรือเชื่อมต่อให้ทำงานได้ดีขึ้น เพื่อให้ระบบที่เลือกตอบโจทย์ทั้งวันนี้และรองรับอนาคต โดยแนวทางเลือกที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • เริ่มจากปัญหาธุรกิจที่ต้องการแก้ เช่น ข้อมูลกระจาย ปิดงบช้า รายงานทำยาก หรือสต็อกไม่แม่นยำ
  • ประเมินกระบวนการทำงานจริงขององค์กร เพื่อดูว่าระบบต้องเชื่อมข้อมูลระหว่างฝ่ายใดบ้าง
  • พิจารณาความพร้อมของทีม ทั้งฝ่ายผู้ใช้งาน ทีม IT และผู้บริหารที่ต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ
  • เลือกรูปแบบการใช้งานให้เหมาะกับองค์กร เช่น Cloud, On-Premise หรือการใช้งานร่วมกับ Mobile Application
  • ดูความสามารถในการรองรับการเติบโต โดยเฉพาะธุรกิจที่มีแผนขยายสาขา เพิ่มทีม หรือเพิ่มกระบวนการทำงาน
  • เลือกผู้ให้คำปรึกษาที่เข้าใจธุรกิจ เพราะการ Implement ERP ไม่ใช่แค่ติดตั้งระบบ แต่ต้องเข้าใจกระบวนการทำงานและเป้าหมายขององค์กร
  • สำรวจระบบที่ต้องเชื่อมต่อกับ ERP เช่น POS, E-commerce, WMS, MES, HR/Payroll, e-Tax หรือระบบเฉพาะทาง เพื่อให้การออกแบบ Architecture ครอบคลุมตั้งแต่ต้น


SAP Business One กับ Humanica ERP วางระบบให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง

Humanica ERP เป็นหนึ่งในพาร์ตเนอร์ ERP ชั้นนำในประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ด้านการให้คำปรึกษา ออกแบบ และวางระบบ SAP Business One ให้กับธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจ Business Process และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ก่อนออกแบบ Workflow, Integration และการปรับระบบให้เหมาะกับรูปแบบการดำเนินงานของแต่ละองค์กร

นอกจากการวางระบบมาตรฐานแล้ว Humanica ERP ยังสามารถต่อยอด SAP Business One ผ่าน Thai Localization, Add-on และการเชื่อมต่อกับระบบรอบข้าง เช่น POS, E-commerce, WMS, MES, e-Tax, HR/Payroll และระบบเฉพาะทาง เพื่อให้ข้อมูลจาก Operation ไปจนถึง Finance และ Accounting ทำงานต่อกันได้เป็นระบบมากขึ้น

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางระบบ SAP Business One ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ

ERP Solutions

Email: [email protected]

Tel. 02 636 6999 ext. 2255