หากต้องการมองภาพสถานการณ์โลกในเวลานี้ให้ชัดเจนขึ้น โลหะชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “อิตเทรียม” (Yttrium) อาจเป็นหนึ่งในคำตอบ เพราะแม้เป็นโลหะที่คนทั่วไปแทบไม่คุ้นชื่อ แต่กำลังจะกลายเป็นประเด็นสำคัญในการหารือระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดพบกันที่กรุงวอชิงตัน ในช่วงปลายเดือน ก.ย.


เหตุผลสำคัญคือ สหรัฐต้องพึ่งพาอิตเทรียม ขณะที่จีนเป็นผู้จัดหารายใหญ่ที่สุดของโลก เช่นเดียวกับแร่และโลหะสำคัญอีกหลายชนิดที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยตลอดช่วงกลางปีที่ผ่านมา จีนแทบไม่ส่งออกอิตเทรียมไปยังสหรัฐ และหลังจากนั้นการส่งออกก็เกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมการบินและอวกาศ พลังงาน และเซมิคอนดักเตอร์


อิตเทรียมเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว แม้ในทางเทคนิคจะไม่จัดอยู่ในกลุ่มแร่หายาก แต่โดยธรรมชาติแล้วมักพบอยู่ร่วมกับแร่หายากชนิดอื่น ชื่อของอิตเทรียมมีที่มาจากหมู่บ้านอิตเทอร์บี (Ytterby) ในสวีเดน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญต่อการค้นพบและศึกษาธาตุในกลุ่มแร่หายากตั้งแต่ศตวรรษที่ 18


ปัจจุบัน อิตเทรียมถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย ตั้งแต่จอแสดงผล เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงเลเซอร์ แต่ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อยู่ที่การใช้เป็นส่วนประกอบของสารเคลือบป้องกันความร้อนสำหรับเครื่องยนต์ไอพ่น ซึ่งช่วยปกป้องชิ้นส่วนจากอุณหภูมิที่สูงอย่างรุนแรง


ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดตลาดอิตเทรียมทั่วโลกยังมีจำกัด แม้แต่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) ยังประเมินได้เพียงว่า การผลิตจากเหมืองทั่วโลกเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ราว 10,000-15,000 ตัน ขณะที่อิตเทรียมเกือบทั้งหมดในตลาดโลกมาจากจีน และรัฐบาลจีนไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโควตาการทำเหมืองหรือการแยกโลหะชนิดนี้


สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อจีนประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกอิตเทรียม พร้อมแร่หายากอีก 6 ชนิด เมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ส่งผลให้การส่งออกไปต่างประเทศหยุดชะงัก


ทั้งนี้ สหรัฐไม่ได้รับอิตเทรียมจากจีนเลยจนถึงเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงก่อนการพบกันระหว่างสีกับทรัมป์ที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ จากนั้นจีนตกลงเลื่อนการบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดยิ่งขึ้นต่อแร่หายากและแม่เหล็กออกไปอีกหนึ่งปี แต่ยังคงมาตรการควบคุมอิตเทรียมเดิมเอาไว้


ภายใต้มาตรการดังกล่าว ผู้ส่งออกต้องพิสูจน์ว่าอิตเทรียมจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์พลเรือนเท่านั้น ทำให้โลหะชนิดนี้สามารถกลายเป็นเครื่องมือที่จีนใช้กดดันประเทศคู่ค้าและบริษัทตะวันตกได้อย่างเฉพาะเจาะจง


แม้ทรัมป์เรียกการประชุมสุดยอดเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ว่า “ยอดเยี่ยม” แต่การส่งออกอิตเทรียมกลับชะลอตัวลงอีกครั้ง จนถึงเดือน ก.พ.ปีนี้ การขาดแคลนรุนแรงเริ่มส่งผลให้เกิดการหยุดการผลิตในห่วงโซ่อุปทานสารเคลือบของสหรัฐ


จีนส่งอิตเทรียมออกไปยังสหรัฐครั้งใหญ่รวม 60 ตัน เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา หลังมีรายงานว่าทำเนียบขาวเข้าแทรกแซงโดยตรงเพื่อช่วยบริษัทสหรัฐรายใหญ่แห่งหนึ่งที่ประสบปัญหาในการขอใบอนุญาตส่งออก


ต่อมา นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ แสดงความไม่พอใจต่อความล่าช้าของการส่งออกจากจีน โดยยอมรับว่า บางครั้งสหรัฐจำเป็นต้องเข้าไป “แสดงจุดยืน” ต่อจีน ขณะที่แม้ผู้นำทั้งสองประเทศพบกันอีกครั้งในเดือน พ.ค. การส่งออกอิตเทรียมก็ถูกระงับอีกครั้ง ก่อนจีนส่งออกประมาณ 29 ตันในเดือน ก.ค.


รูปแบบดังกล่าวสะท้อนว่า จีนกำลังใช้อิตเทรียมเป็นจุดกดดันในความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ ด้วยการส่งออกในปริมาณที่เพียงพอเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอย่างรุนแรง แต่ไม่มากพอที่จะคลี่คลายปัญหาความตึงตัวของห่วงโซ่อุปทาน


สหรัฐไม่ใช่ประเทศเดียวที่ได้รับผลกระทบ ญี่ปุ่นแทบไม่ได้รับอิตเทรียมจากจีนเลยนับตั้งแต่เดือน พ.ย. หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ สร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลปักกิ่ง จากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปกป้องไต้หวัน


นอกจากอิตเทรียมแล้ว จีนยังระงับการส่งออกโลหะสำคัญชนิดอื่น เช่น แกลเลียม เทอร์เบียม และดิสโพรเซียม ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เมื่อปี 2553 ซึ่งจีนเคยจำกัดการส่งออกแร่หายากไปยังญี่ปุ่น หลังเกิดข้อพิพาททางการทูตเกี่ยวกับหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก


แม้ญี่ปุ่นพยายามกระจายแหล่งจัดหาและสะสมแร่หายากเพื่อรับมือ แต่ยังคงพึ่งพาจีนในระดับสูง ส่งผลให้มาตรการที่มีลักษณะคล้ายการคว่ำบาตรอย่างไม่เป็นทางการ เริ่มสร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน


ในช่วงเดือน พ.ค.และมิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้นระบุในรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์โตเกียวว่า การควบคุมการส่งออกแร่หายากกำลังส่งผลกระทบต่อธุรกิจ หรืออาจส่งผลกระทบในอนาคต


ขณะเดียวกัน ยุโรปก็กำลังจับตาว่า จีนจะเลือกใช้มาตรการผ่อนปรนหรือกดดันต่อยุโรปในเรื่องอิตเทรียมและแร่สำคัญมากน้อยเพียงใด โดยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับท่าทีของยุโรปต่อปัญหาการขาดดุลการค้ากับจีนที่ขยายตัวมากขึ้น


นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้จีนแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาภายในเดือน ต.ค. มิฉะนั้นจะเกิดแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักให้ยุโรปมองหาทางเลือกอื่น


นอกจากนี้ ยุโรปยังต้องการหารือกับจีนเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่สำคัญ ซึ่งอิตเทรียมมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ


จากโลหะที่แทบไม่มีใครรู้จัก อิตเทรียมจึงก้าวขึ้นมาอยู่ใจกลางการเมืองเศรษฐกิจโลก และตราบใดที่จีนยังคงเป็นผู้ควบคุมแหล่งจัดหาหลักของโลก โลหะชนิดนี้ก็จะยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่รัฐบาลปักกิ่งสามารถใช้ต่อรองกับประเทศคู่ค้าได้ต่อไป.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES