โดยแบ่งเป็น สว. (ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง) 26 คน สว.สำรอง (อยู่ในบัญชีรายชื่อ) 0 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. (ไม่ใช่บุคคลในลำดับหนึ่งและสอง) 36 คน จากนี้ ถ้าใครถามพรรคน้ำเงิน คงได้รับคำตอบประมาณว่า เลิกถาม พอได้แล้ว

ยังมีที่ให้ติดตามคือใครโดนคดีอั้งยี่ ฟอกเงิน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดูอยู่ เดิม DSI สั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว 8 ราย แต่พนักงานอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งให้รวมสำนวนกับทาง กกต. จึงต้องรอคำวินิจฉัย หลังคดีฮั้ว สว. ดีเอสไอก็เดินหน้าทำคดีอั้งยี่ ฟอกเงินต่อ แว่วว่า พยานหลักฐานปัจจุบันของ DSI พบผู้กระทำความผิดในขบวนการนี้มากกว่า 8 รายแรก ให้จับตายิ่งยวด ว่า ถ้ามีโดนเพิ่ม ระดับสายจังหวัด “มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมืองหรือไม่ อย่างไร”  

ถึง กกต.ฟ้องไม่ครบ พรรคประชาขน ก็ตีประเด็น “แสดงว่า การฮั้วเลือก สว.เกิดขึ้นจริงใช่หรือไม่?” และทางพรรคกับไอลอว์ ก็พร้อมจะเปิดหลักฐานต่อ แฉ ใช้สังคมกดดัน เวทีถล่ม กกต.เวทีแรกคือในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 16 ก.ย.นี้ ที่ กกต.จะต้องชี้แจงผลการดำเนินการในงบประมาณประจำปี พ.ศ.2567-2568 ซึ่ง “เลขาแจ้” นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จะต้องมาตอบคำถามที่จะต้องถูกพรรคประชาชนรุมสกรัมแน่นอน จาก “สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ

ไหนๆ ได้โอกาสคุยกับ กกต. พรรคประชาชนคงไม่เอาแค่ฮั้ว  สว. แต่จะลากไปถึงเรื่องบัตรเลือกตั้งทำให้เลือกตั้งไม่เป็นความลับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 28 ก.ย.นี้ อะไรพาดพิงน้ำเงินได้ก็ฟาด ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะถูกจับตาให้รักษากฎการอภิปรายอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กลายเป็นเวทีซักฟอก กกต. ขณะเดียวกัน ก็น่าสนใจว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีเอาคืน ถาม กกต.เรื่องคดียุบพรรคประชาชน ข้อหาเกี่ยวข้องกับบริษัท Spectre C ที่ผลิตสื่อหรือไม่?

กกต.จะกลายเป็นเป้าแทน สว. คราวนี้พรรคประชาชนจะปลุกภาคประชาชน ยื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ กระทำการตาม ป.อาญา ม.157 และ 83 (ร่วมกันกระทำผิด) และ ฟ้องตาม พ.ร.ป.กกต. ม.69 กรรมการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ผู้ใดกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาสิบปี

อีกทางหนึ่ง ก็เริ่มกระบวนการถอดถอน กกต. โดยส่งต่อ ป.ป.ช. ตามมาตรา 234 และ 235 ของรัฐธรรมนูญ  ซึ่งยื่นได้ในข้อหา 1.มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ 2.ทุจริตต่อหน้าที่ 3.จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย 4.ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ฝ่ายพลีชีพเรื่องนี้ก็โจทก์แน่นเอี้ยด นักการเมืองฝ่ายภูมิใจไทยที่ฟ้องไปแล้วก็เช่น “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ไปแจ้งความเอาผิด “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ที่ จ.อำนาจเจริญ อีกคนคือ “สส.แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ที่โดนพาดพิงหนักก็แบะท่าจะฟ้อง และยังมี สว.คนอื่นที่โดนพาดพิงอีก “สส.ไอติม” ก็ต้องลุ้นว่า จะโดน DSI แจ้งความเรื่องเปิดเผยเอกสารหรือไม่?

ก่อนหน้านี้ “สส.ไอติม” เคยแสดงความเห็นว่า “ถ้า กกต. ยกคำร้องทั้งหมด สุดท้ายไวรัสสีน้ำเงินก็จะกลายพันธุ์แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตก็จะดื้อต่อวัคซีน หากคดีโกง สว. ทำได้โดยที่ไม่มีใครต้องรับผิด สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือระบอบการเมืองที่สีหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด หรือสีน้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด” ความหวังที่จะแก้ไข ถูกวางไว้ที่การแก้-ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้ ซึ่งก็คงจะเหนื่อย เพราะ สว.อาจเป็นปฏิปักษ์กับร่างของพรรคประชาชน

เรื่อง “สว.” พรรคประชาชนคงไม่ยอมให้จบง่ายๆ อาจนำไปถึงการปลุกกระแสเคลื่อนไหวในสังคมเป็นแผนต่อไป.