การสวมใส่เสื้อผ้าไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด เพียงอย่างเดียว แต่การมีกลิ่นหอมสดชื่น ไม่อับชื้น ถือเป็นอีกเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสะท้อนบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ในทุกๆวัน ส่งผลให้ “น้ำยาปรับผ้านุ่ม” เข้ามามีบทบาทสำคัญของในการซักผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่า มีน้ำยาซักผ้า ก็ขาดไม่ได้ที่จะต้องมีน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย

“พิมพ์ชนก ชื่นกมลพันธ์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าดาวน์นี่ และแอเรียล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน แอมบิเพอร์ พีแอนด์จี ประเทศไทย ภายใต้บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ P&G ฉายภาพตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มในไทยว่า แม้ปีนี้เศรษฐกิจและกำลังซื้อคนไทยยังชะลอตัว แต่ในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา เติบโตต่อเนื่อง 7% จนคาดว่าสิ้นปีนี้มูลค่าตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มขึ้นไปแตะ 19,000 ล้านบาท เพิ่มจาก 18,000 ล้านบาท ในปี68 

เหตุผลที่ตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มยังคงเติบโต

  • ประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงครัวเรือนของน้ำยาปรับผ้านุ่มสูงถึง 86% เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สูงกว่าฟิลิปปินส์ที่อยู่ 84%, อังกฤษ 70% และเวียดนาม 58%
  • คนไทยให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และกลิ่นหอมเป็นอย่างมาก ความหอมบนเสื้อผ้าถือเป็นเรื่องของความมั่นใจและการยอมรับทางสังคม
  • พฤติกรรมการใช้ “มือหนัก” ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเฉลี่ยสูงถึง 70 มล. ต่อการซัก 1 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับต่างประเทศที่ใช้อยู่เพียง 30-50 มล. โดยมักเทโดยตรงไม่ผ่านฝาตวง
  • ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนจากการซื้อซองเล็ก 5 บาท ขนาด 20 มล. ขยับไปซื้อถุงเติมใหญ่ขึ้น เช่น 20 บาท (100 มล.) และ 49 บาท (470 มล.) โดยขนาดที่ขายดีที่สุดในปัจจุบันคือ 450 มล.

จุดเปลี่ยน Pain Point คนเมือง

แต่ล่าสุด เมื่อสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อประสิทธิภาพความหอมและการต้านกลิ่นอับ กลับพบว่า ความพึงพอใจจากปี61 อยู่ที่ 75%   ลดลงเหลือเพียง 40จากวิถีชีวิตยุคใหม่ ประชากรกว่า 50% ย้ายเข้าสู่เมืองใหญ่   และอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์แนวสูง (คอนโดมิเนียม) มากขึ้น

ผู้หญิงไทยมีอัตราการทำงาน สูงถึง70%   และเป็นผู้บริหารระดับกลางถึงสูง ถึง 30% ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค  ไม่มีเวลาทำบ้านช่วงกลางวัน ต้องซักผ้าหลังเลิกงาน    และตากผ้าในร่ม/คอนโด ทำให้เสื้อผ้าประสบปัญหากลิ่นอับชื้นเนื่องจากไม่ได้สัมผัสแสงแดด

Downy Luxe แก้ปัญหาที่ตรงจุด

“เพ็ญณัฐดา ภู่ชัยวัฒนานนท์” ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มดาวน์นี่ เล่าต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมา ดาวน์นี่จึงส่ง Downy Luxe ที่มาพร้อมนวัตกรรม Sun Scent Technology ชูจุดขาย “ผ้าหอมเหมือนตากแดด” ไม่ว่าจะซักเวลาไหนหรือตากที่ใดก็ตาม การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนี้ ซึ่งได้การตอบรับเกินคาดหมาย หลังเปิดตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้อีก 2% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนแรก ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดนี้มีรวมกันมากถึง120 สูตร

ล่าสุด จึงใช้งบการตลาดเกือบ 100 ล้านบาท เปิดตัวสูตรใหม่เพิ่มอีก 2 สูตร พร้อมกับดึงตัวนักแสดงสาวสุดฮอต หลิงหลิง-คอง เข้ามาเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อสื่อสารตรงถึงกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน จัดกิจกรรมกลางแม่น้ำด้วยกลยุทธ์ Experiential Marketing เนรมิต “พระอาทิตย์ยักษ์จำลอง” สูง 10 เมตร ลอยเด่นกลางแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน เพื่อสื่อสารนวัตกรรม Downy Luxe สูตรหอมแดด มั่นใจ หอมแดด ทุกที่ ทุกเวลา ตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งการตลาดขึ้นไปอยู่ที่ 35-37% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30-32%