โดยการเสวนาครั้งนี้ นำเทคโนโลยี AI มาใช้แปลภาษาแบบเรียลไทม์ผ่านแท็บเล็ตเพื่อข้ามกำแพงการสื่อสาร พร้อมเจาะลึกบทบาทของภาพยนตร์และเทคโนโลยี AI ในการเชื่อมโยงผู้คนข้ามอารยธรรม

ภาพยนตร์ : หน้าต่างสื่อสารวัฒนธรรมและอารมณ์สากล
ภาพยนตร์นับเป็นสื่อที่ตรงที่สุดในการสร้างภาพจำและการเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ในฝั่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์อินเดีย ‘เว่ย’ ได้ไขข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาพจำเรื่องการร้องรำทำเพลง โดยระบุว่าภาพยนตร์ ‘บอลลีวูด’ (ภาษาฮินดี ผลิตในมุมไบ) คิดเป็นเพียง 25% ของการผลิตภาพยนตร์ทั้งหมดในอินเดีย ส่วนอีก 75% เป็นภาพยนตร์ในภาษาท้องถิ่นอื่นๆ เช่น มาลายาลัม ทมิฬ และเบงกาลี

โดยดนตรีและการเต้นรำเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งผ่านอารมณ์ความรู้สึกข้ามภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ภาพจำหรือป้ายกำกับของแต่ละชาติถือเป็นประตูบานแรกที่กระตุ้นความสนใจให้ผู้คนอยากศึกษาประเทศนั้นๆ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ด้านภาพยนตร์จีนและอิหร่าน ‘เว่ย’ เผยว่า จากการชมภาพยนตร์เรื่อง “Not One Less” ของผู้กำกับจางอี้โหมว ทำให้เขาเข้าใจถึงมิติความรับผิดชอบและชีวิตทางสังคมของจีนมากขึ้น
ขณะที่ ‘หลิน’ ตัวแทนจากไทย ระบุว่า ภาพยนตร์จีนเรื่อง “จดหมายรักถึงอากง/อาม่า” ได้รับความนิยมสูงในไทย เพราะเชื่อมโยงกับความรู้สึกร่วมและประวัติศาสตร์ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน (เช่น บรรพบุรุษย้ายมาจากซัวเถา) ในทางกลับกัน ภาพยนตร์อย่าง “นาจา” อาจได้รับความนิยมน้อยกว่า เนื่องจากมีบริบททางภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะที่เข้าใจยากกว่าสำหรับผู้ชมชาวไทย

นอกจากนี้ ‘มายา’ ตัวแทนจากอิหร่าน ได้ยกตัวอย่างซีรีส์ประวัติศาสตร์อิหร่านเรื่อง “ศาสดายูซุฟ” (Prophet Joseph) โดยผู้กำกับ ฟารัจญ์อัลลอฮ์ เซเลฮ์ชูร์ ที่สะท้อนพลังของภาพยนตร์อิหร่าน
พร้อมชี้ว่า การจะรับชมภาพยนตร์ให้เข้าถึงแก่นแท้ จำเป็นต้องเข้าใจวัฒนธรรมและสังคมของประเทศนั้นๆ ด้วย เพราะลำพังความรู้ทางภาษาเพียงอย่างเดียวไม่อาจเข้าใจมุกตลกหรือบริบททางสังคมได้อย่างถ่องแท้
เช่นเดียวกับกรณีของภาพยนตร์อินเดียเรื่อง “ดังกัล” (Dangal) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในจีน เนื่องจากสามารถสื่อสารอารมณ์สากลเรื่องความรักของพ่อและการผลักดันลูกสาวให้เปลี่ยนชะตาชีวิต ซึ่งผู้คนทุกวัฒนธรรมเข้าถึงได้ง่าย
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) : โอกาสในการลดต้นทุน กับความท้าทายเรื่องเอกลักษณ์ศิลปะ
ในการเสวนาได้มีการหยิบยกบทบาทของเทคโนโลยี AI ซึ่งกำลังเข้ามาลดอุปสรรคในงานโปรดักชันลงอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องใช้ผู้กำกับ นักแสดง สถานที่ และทีมงานขนาดใหญ่ ปัจจุบันบุคคลเพียงคนเดียวกับคอมพิวเตอร์สามารถสร้างสรรค์วิดีโอได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

โดย ‘หลิน’ เผยว่า ในกรุงเทพฯ บริษัทโฆษณาหลายแห่งเริ่มนำ AI มาใช้ผลิตคลิปสั้นโฆษณาเพื่อประหยัดงบประมาณและลดต้นทุนการจ้างดาราหรือทีมงานโปรดักชัน
รวมถึงตัวเธอเองก็ใช้ AI เป็นตัวช่วยแปลความหมายบริบทความซับซ้อนทางกฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมเสวนาได้แสดงความกังวลต่อการใช้ AI ในวงการสร้างสรรค์
– ความเสี่ยงต่อความเป็นธรรมชาติและศิลปะมนุษย์: ‘มายา’ เตือนว่า การใช้ AI มากเกินไปจะทำให้วิดีโอขาดความเป็นธรรมชาติและอารมณ์เชื่อมโยงกับผู้ชม อีกทั้งยังอาจลดทอนคุณค่าของศิลปินและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ลง
– ปัญหาความไร้เอกลักษณ์ (Homogenized Aesthetics): ‘เว่ย’ แสดงความกังวลว่า หากเครื่องมือ AI ทั้งหมดถูกฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลสุนทรียศาสตร์จากแหล่งเดียวกัน วิดีโอที่สร้างขึ้นจากทุกประเทศจะออกมาคล้ายกันหมด จนสูญเสียเสน่ห์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละชาติ เช่น จีน หรือ อินเดีย
การร่วมทุนสร้าง (Co-production) และก้าวต่อไปของความร่วมมือในกลุ่ม BRICS
เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาช่วยทลายกำแพงภาษาและการวางแผนงานในการสร้างภาพยนตร์ร่วมระหว่างประเทศ (Co-production) ให้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งการแปลภาษาแบบเรียลไทม์และการเตรียมงานสร้าง
ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศ BRICS ได้มีความร่วมมือด้านภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง เช่น ภาพยนตร์รวมเรื่อง “Where Has Time Gone?” ในปี 2017

ความร่วมมือไทย-จีน เช่น ภาพยนตร์ “Lost in Thailand”
รวมถึงมินิซีรีส์ร่วมทุนสร้างระหว่างอิหร่านและจีนเรื่อง “Beauty of Love” ที่เล่าเรื่องการเดินทางข้ามเวลาเชื่อมโยงวัฒนธรรมโบราณของทั้งสองประเทศ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี
ในช่วงท้ายของการเสวนา ผู้ร่วมรายการได้ทดลองระดมความคิดสร้างสรรค์สดในหัวข้อ “หุ่นยนต์คาวบอยขี่นกกระจอกเทศเดินทางจากยูนนานไปเยือนประเทศต่างๆ” :
ฉากในไทย : หุ่นยนต์สัมผัสประเพณีไทย ชมวัดวาอาราม และเรียนรู้การจราจรในไทย
ฉากในอิหร่าน : เดินทางไปเยือนเมืองประวัติศาสตร์อิสฟาฮาน
ฉากในอินเดีย : บินข้ามภูเขาไปเยือนมหาวิทยาลัยนาลันทาโบราณ
‘จาง’ ผู้ดำเนินรายการ กล่าวสรุปว่า คุณค่าที่แท้จริงของการสร้างภาพยนตร์ร่วมกันไม่ใช่เพียงการแบ่งรับต้นทุนหรือขยายตลาด แต่คือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความเข้าใจระหว่างอารยธรรมด้วยความจริงใจ เพราะความหลากหลาย คือ เสน่ห์ที่แท้จริงของโลก และภาพยนตร์กับเทคโนโลยีจะเป็นสะพานเชื่อมการเล่าเรื่องราวร่วมกันในอนาคต
ที่มา : https://thai.cgtn.com/2026/09/13/ARTI1789305003503683



