นายอดิศร พร้อมเทพ อดีตอธิบดีกรมประมง กล่าวถึงแนวทางกำจัดปลาหมอคางดำว่า การแก้ปัญหาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันปลาหมอคางดำได้เข้าไปอยู่ในระบบนิเวศธรรมชาติแล้ว ดังนั้น เป้าหมายสำคัญจึงไม่ควรอยู่ที่การคาดหวังว่าจะสามารถกำจัดให้สูญพันธุ์ทั้งหมด แต่ต้องเน้นการควบคุมประชากรไม่ให้กลับมาเพิ่มจำนวนจนสร้างผลกระทบรุนแรงอีก
ทั้งนี้เห็นด้วยกับแนวทางการจัดการที่ควรดำเนินการควบคู่กัน 3 ด้าน ได้แก่ เร่งกำจัด ใช้ประโยชน์ และวิจัยควบคุม โดยเฉพาะในช่วงที่ประชากรปลามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องเร่งจับออกจากระบบให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะขยายพันธุ์จนกลับเข้าสู่ภาวะวิกฤต ขณะเดียวกัน การจับปลาออกจากธรรมชาติจำเป็นต้องมี ตลาดรองรับ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและชาวประมงเข้ามามีส่วนร่วม โดยหนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือการนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นอาหารสำหรับการเลี้ยงปูทะเล
“ ปูทะเลมีความต้องการอาหารประเภทปลาสดอยู่แล้ว จึงสามารถเชื่อมโยงระบบการจับปลาหมอคางดำเข้ากับการเลี้ยงปูได้ หากชาวบ้านสามารถจับปลาหมอคางดำมาขายเป็นอาหารปู ก็จะเกิดรายได้ ขณะเดียวกันการมีตลาดรับซื้อจะทำให้เกิดแรงจูงใจในการจับปลาอย่างต่อเนื่อง แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากปลาหมอคางดำคือปัญหาไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรที่จับได้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยรายได้จากการจับปลาอาจช่วยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการควบคุมประชากร ขณะที่การจับอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดจำนวนปลาในพื้นที่”
อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจต้องดำเนินควบคู่กับมาตรการควบคุมและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดแรงจูงใจที่นำไปสู่การเพาะเลี้ยงหรือเคลื่อนย้ายปลาหมอคางดำไปยังพื้นที่ใหม่
โจทย์ใหญ่ของการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำจึงไม่ใช่เพียง “จับให้หมด” แต่คือการสร้างระบบจัดการที่ทำให้ การจับปลา การใช้ประโยชน์ งานวิจัย และการมีส่วนร่วมของชุมชน เดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือควบคุมประชากร ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสร้างช่องทางให้วิกฤตชนิดพันธุ์ต่างถิ่นกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเหมาะสมและยั่งยืน



