โรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ คือ การอักเสบของเหงือกที่สามารถพัฒนาไปเป็นการติดเชื้อที่กระดูกที่ยึดติดฟันและบริเวณใกล้เคียง โรคเหงือกเกิดจากแบคทีเรียซึ่งเป็นเหมือนฟิล์มที่ใสที่เกาะอยู่บนตัวฟัน ถ้าไม่ทำความสะอาดออกไปทุกวันด้วยการแปรงฟันและขัดฟัน คราบแบคทีเรียก็จะสะสม และไม่เพียงแค่เหงือกและฟันก็จะติดเชื้อ แต่รวมถึงเนื้อเยื่อและกระดูกที่ยึดติดกับฟันด้วย ซึ่งอาจทำให้ฟันโยก หลุด หรือต้องถูกถอนออกไป
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเหงือกและคราบหินปูน คือ แผ่นคราบจุลินทรีย์ที่สะสมอยู่บนตัวฟันเนื่องจากแปรงฟันไม่หมดหรือแปรงฟันไม่ถูกวิธี มีหินปูนหรือหินน้ำลายที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ไปให้ทันตแพทย์รักษา มีฟันเก หรือใส่ฟันปลอมที่หลวมหรือแน่นเกินไป มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคเลือด หรือได้รับยารักษาโรคบางชนิด (เช่น ยาที่ใช้รักษาโรคลมชัก) มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในระยะวัยรุ่น ระยะตั้งครรภ์ และระยะหมดประจำเดือน มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง
อาการเหงือกอักเสบ มีสามช่วงคือ 1. ถ้าการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวันไม่สามารถขจัดคราบแบคทีเรียได้ทั้งหมด ก็จะทำให้เกิดสารพิษที่จะทำลายเนื้อเยื่อเหงือก และเกิดเหงือกอักเสบ อาจมีการเลือดออกขณะแปรงฟันหรือขัดฟัน ในระยะเริ่มแรกนี้ อาการสามารถรักษาให้หายได้ เนื่องจากกระดูกและเนื้อเยื่อยังไม่ถูกทำลาย
2.อาการปริทันต์ คือกระดูกและเส้นใยที่คอยยึดฟันไว้จะถูกทำลายไปแล้ว ร่องเหงือกจะกลายเป็นโพรงที่เศษอาหารและหินปูนจะเข้ามาสะสม การรักษาและการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสียหายได้
3.อาการปริทันต์ขั้นรุนแรง ในระยะสุดท้ายนี้กระดูกและเส้นใยที่คอยยึดฟันไว้จะถูกทำลายไปแล้ว และทำให้ฟันโยก ซึ่งจะส่งผลต่อการเคี้ยว ถ้าไม่ได้รับการรักษาแบบทันท่วงที อาจจะต้องถอนฟันในที่สุด
สัญญาณที่ควรไปพบทันตแพทย์ คือ เหงือกแดงและบวมหรือนุ่ม เหงือกมีเลือดออกระหว่างแปรงฟันหรือขัดฟัน ฟันดูยาวขึ้นเนื่องจากเหงือกร่นลงไป เหงือกไม่ติดอยู่กับฟัน เหมือนมีร่องฟันโยก ฟันเคลื่อนห่างออกจากกัน มีการขยับเขยื้อนเวลาเคี้ยว มีหนองไหลออกมาจากบริเวณร่องเหงือก มีกลิ่นปากหรือรสชาติแปลกๆในปาก
ระยะเริ่มแรกของโรคเหงือกสามารถรักษาได้ด้วยการแปรงฟันให้ถูกวิธี โดยเฉพาะหลังอาหารและก่อนนอน เพื่อขจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์และสิ่งสกปรก ถึงแม้ว่าทันตแพทย์จะทำการรักษาจนหายเรียบร้อยแล้ว ถ้าคนไข้ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์โรคปริทันต์หรือเหงือกอักเสบจะกลับเป็นซ้ำอีกได้ ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกครั้งหลังจากแปรงฟันเสร็จแล้ว
การดูแลทำความสะอาดช่องปากโดยทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเดียวที่จะขจัดคราบแบคทีเรียที่สะสม และแข็งตัว โดยทันตแพทย์จะทำการขูดหินปูนที่แข็งตัวออกจากฟันและร่องเหงือก ถ้ามีอาการมาก อาจจะต้องทำการรักษารากฟัน ซึ่งจะช่วยดูแลรากฟันไม่ให้หินปูนเข้าไปสะสมได้ง่าย ควรไปพบทันตแพทย์ ปีละ2ครั้ง หรืออย่างน้อยปีละครั้ง
( ขอบคุณข้อมูลจากศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ )



