เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้สั่งการไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาทุกจังหวัด ให้สำรวจและรวบรวมข้อมูลกรณีที่มีลักษณะเช่นเดียวกับปัญหาที่เกิดขึ้นที่ขอนแก่น ว่ายังมีวัดในพื้นที่ใดหรือจังหวัดใดที่ประสบปัญหาในลักษณะดังกล่าวอีกหรือไม่ โดยเบื้องต้นมีการรวบรวมข้อมูลเข้ามาแล้ว และพบว่ามีหลายพื้นที่ที่มีกรณีลักษณะเดียวกัน หลังจากนี้เมื่อสามารถสรุปและตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้องแล้ว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะเร่งรัดการดำเนินการ เพื่อให้มีการเปลี่ยนชื่อในเอกสารสิทธิเป็นชื่อของวัดให้ครบถ้วน
สาธุดังๆ! จบข้อพิพาทที่ดิน เปลี่ยนกรรมสิทธิ์คืนโฉนด ‘วัดป่าอดุลยาราม’ เรียบร้อยแล้ว

“ในนามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันดำเนินการ เริ่มจากผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานที่ดิน รวมถึงทีมทนายกองทัพธรรม ที่ให้ความช่วยเหลือและติดตามเรื่องมาอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี จากนี้พระครูอดุลสารนิเทศ รวมถึงประชาชนและชุมชนสามารถสบายใจได้แล้วว่า ที่ดินดังกล่าวจะไม่มีใครสามารถนำไปเป็นทรัพย์สินของบุคคลได้”

ขณะที่ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยให้ชื่อ วัดป่าอดุลยาราม ปรากฏอยู่ในโฉนด การดำเนินการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความมั่นใจและรอบคอบ จังหวัดขอนแก่นได้หารือกับกรมที่ดินมาโดยตลอด ขณะที่หน่วยงานด้านพระพุทธศาสนาได้ประสานงานมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวอีกว่า ตามแนวปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเก็บรักษาเอกสารสิทธิที่ดินของวัดในส่วนภูมิภาคเป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด โดยในช่วงแรกยังเกรงใจและไม่ได้เอ่ยเรื่องดังกล่าว แต่พระครูอดุลสารนิเทศเป็นฝ่ายกล่าวขึ้นเองภายหลังรับมอบโฉนดจากเจ้าพนักงานที่ดินว่า ให้สำนักงานพระพุทธศาสนารับโฉนดไปเก็บรักษา ตนจึงกราบเรียนพระครูอดุลสารนิเทศว่า จะถวายสำเนาโฉนดกลับไปเก็บไว้ที่วัด เพื่อให้ญาติโยมและประชาชนได้ตรวจดูรายละเอียดและเกิดความสบายใจ

ซึ่งทุกฝ่ายได้เห็นแล้วว่าการดำเนินการเกี่ยวกับโฉนดเสร็จสิ้นครบถ้วนเรียบร้อย ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องนี้ อาจมีทั้งผู้ที่มองว่ารวดเร็วและผู้ที่เห็นว่าล่าช้า แต่ไม่สามารถกำหนดเวลาได้ตามความต้องการ เนื่องจากมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน โดยเฉพาะข้อหารือที่ส่งไปยังกรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินได้เร่งตอบกลับและไม่ได้ปล่อยให้เรื่องล่าช้า เมื่อทุกขั้นตอนดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงเห็นว่าความกังวลและข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวสิ้นสุดลง และกรณีนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ



