รายงานข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวนกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยฝั่งอดีตนายกฯ อ้างว่าเป็นการดำเนินการซ้ำซ้อน เนื่องจากเงินได้จากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งหมดได้ถูกพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดินไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ทางกรมสรรพากรยืนยันความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและพร้อมสู้คดีอย่างเต็มที่

กรมสรรพากรชี้แจงว่า การดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง เนื่องจากประเมินแล้วว่าภาระภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป ในปี 2549 เป็นเงินคนละส่วนกับทรัพย์สินที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินไปก่อนหน้านี้ ดังนั้น นายทักษิณจึงยังคงมีหน้าที่และรับผิดชอบในการนำเงินมาชำระภาษีตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรที่ได้รับการวินิจฉัยว่าการประเมินภาษีชอบด้วยกฎหมายแล้ว

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการเตรียมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อนำเสนอต่อศาลภาษีอากรกลาง โดยเฉพาะในประเด็นการขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อห้ามยึดอายัดทรัพย์สินที่ศาลนัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 7 ต.ค. 2569 ซึ่งต้องรอฟังคำสั่งของศาลว่าจะพิจารณาให้มีการคุ้มครองชั่วคราวตามที่ฝ่ายโจทก์ร้องขอหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรยืนยันจะรอผลการพิจารณาและคำสั่งจากศาลอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าสืบค้นทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป เพื่อรักษาประโยชน์และรายได้ของรัฐอย่างถึงที่สุด