เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เรื่องทุนเทาในตลาดหุ้นที่ตนติดตามมี 2 เรื่องหลักๆ คือเรื่องของหุ้น Finansia ที่มีนายวรภัค ธันยาวงษ์ เกี่ยวข้อง และเรื่องหุ้นกลุ่มบางจาก ซึ่งในกรณีที่ 2 สัปดาห์นี้ปรากฏความเคลื่อนไหวสำคัญเช่นกัน คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประกาศรับเป็นคดีพิเศษ นี่ก็อีกเรื่องสำคัญ และเป็นอีกเรื่องที่มีกลุ่มทุนเทาและอีกหนึ่งอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเกี่ยวข้อง สรุปสั้นๆ คือ คณะกรรมการบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือบีซีพีจี ซึ่งมีนายพิชัย ชุนหวชิร อดีต รมว.คลัง ในรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานบริษัทฯ ได้อนุมัติให้ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับ 2 กองทุนที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนเทา “เบน สมิธ”
นายกรณ์ ระบุอีกว่า นายพิชัยมีความผิดอะไรหรือไม่นั้น ยังต้องมีการพิสูจน์ แต่กระบวนการพิสูจน์ได้เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นคณะกรรมการได้อนุมัติซื้อบริษัท Asia Link Terminal เจ้าของคลังเก็บนํ้ามันเพชรบุรี ด้วยราคาสูงลิ่ว 9,000 ล้านบาท (เป็นกระบวนการที่เร่งรีบ และที่แปลกคืออนุมัติก่อนบริษัทที่จะเข้าไปซื้อได้มีการจัดตั้งด้วยซ้ำ) โดยที่ในขณะที่ลงนามสัญญาตกลงซื้อขาย ยังไม่สามารถยืนยันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิได้ โดยที่ผู้ขาย คือบริษัท แพนเอเชีย สตอเรจแอนด์ เทอร์มินัล จํากัด (ผู้ขาย) ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี โดยในช่วงเดือน ต.ค. 2568 มีข่าวว่านายภูวศิษฐ์ ไชยอรุณโรจน์ หรือ “คิว” บุตรชายของนายสมบูรณ์ คือผู้ถูกพาดพิงว่าพยายามติดสินบนให้นายไชยชนก ชิดชอบ ตามข่าววันที่ 8 ต.ค. 2568 และเคยถูกจับกุมในคดี “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันฟอกเงิน และ สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน” เมื่อปี 2565
“และครอบครัวนี้เคยปรากฏข่าวว่าเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนเงินทุนให้พรรคภูมิใจไทย ส่วนจะมีนัยอย่างไรผมไม่ขอแสดงความเห็น ทั้งหมดนี้ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยบริษัท บางจากฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผมในฐานะตัวแทนคณะกรรมาธิการการเงินการคลัง และเราได้ประสานการทำงานกับดีเอสไอ มาจนมีข้อสรุปรับเป็นคดีพิเศษเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี้” นายกรณ์ ระบุ
นายกรณ์ ระบุอีกว่า แต่เป็นอีกกรณีที่หนึ่งที่การดำเนินการตรวจสอบในส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รับผิดชอบ ยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าใดๆ เช่น เหตุผลและคำชี้แจงคณะกรรมการบีซีพีจี ว่าได้ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กลุ่มทุนเทาด้วยเหตุผลอะไร การซื้อหุ้นบีซีพี ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่าเป็นหลักหมื่นล้านบาท โดยกองทุนที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 50 ล้านบาท เป็นธุรกรรมอำพรางหรือไม่
“ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมคือกองทุนที่เข้ามาซื้อ กล่าวตามข่าวคือมีความเชื่อมโยงกับกองทุนที่สิงคโปร์ที่ทาง MAS ได้มีการอายัดเงินพร้อมกับกล่าวหากรรมการบริษัทที่มีความเชื่อมโยงต่อทุนเทา ปปง. ยึดอายัดทรัพย์แล้ว ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว แต่ ก.ล.ต. แจ้งผมว่ายังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน” นายกรณ์ ระบุ.



