เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกรณีที่ ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า แบล็กพิงก์ ออกรายการ “Tonight Show Starring Jimmy Fallon” สอนผสมสูตรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งแสดงอย่างชัดเจน โดยนายเท่าพิภพ ระบุว่า หมดยุคเดาใจเจ้าหน้าที่ จากกรณี “ลิซ่า” ดื่มเบียร์ไทยในรายการทอล์กโชว์ระดับโลก จนเกิดคำถามว่าเข้าข่ายผิดมาตรา 32/2 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่หรือไม่ สำหรับตน เรื่องนี้ไม่ควรจบแค่คำถามว่า “ลิซ่าผิดหรือไม่ผิด” แต่ควรถามต่อว่าทำไมประชาชนจึงไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง และอะไรทำไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่ปัญหาของลิซ่าคนเดียว แต่เป็นปัญหาของคนทำธุรกิจ คนทำคอนเทนต์ อินฟลูเอนเซอร์ ร้านค้า และประชาชนทั่วไปที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้
นายเท่าพิภพ ระบุอีกว่า ถ้ากติกายังไม่ชัด ก็ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องเดาใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนมีสิ่งที่อยากเห็นจากคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชุดใหม่ มี 2 เรื่อง คือ 1.เร่งออกกฎหมายลูกให้ชัด ตัว พ.ร.บ.กำหนดกรอบไว้ค่อนข้างกว้าง อย่างคำว่า “ใช้ชื่อเสียงชักจูงใจ” คำถามคือแค่ไหนจึงเรียกว่าชักจูง อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ วันนี้โลกการสื่อสารเปลี่ยนไปแล้ว มีทั้ง TikTok, YouTube, อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ กฎหมายจึงต้องตามให้ทันพฤติกรรมจริงของคน 2.ทำคู่มือให้ประชาชนเปิดอ่านแล้วเข้าใจได้เลย ไม่ใช่ต้องรอให้ถูกเรียก ถูกแจ้งข้อหา หรือขึ้นโรงขึ้นศาล แล้วค่อยรู้ว่าตัวเองทำผิดหรือไม่ ควรมีตัวอย่างให้ชัดว่าอะไร “ทำได้” เช่น การนำเสนอข่าว หรือการพูดถึงเครื่องดื่มในบริบททางศิลปะและวัฒนธรรมที่ไม่ได้มีเจตนาโฆษณา อะไร “ทำไม่ได้” เช่น การรับจ้างโพสต์เพื่อส่งเสริมการขาย หรือการโพสต์เชิญชวนให้ซื้อ
“กติกาที่ชัดไม่ได้มีประโยชน์แค่กับประชาชน แต่ช่วยเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะทุกคนจะได้ใช้มาตรฐานเดียวกัน กฎหมายควรทำให้คนรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ ไม่ใช่ทำให้ทุกคนต้องกลัวว่า ‘โพสต์แบบนี้จะผิดไหม’ กรณีลิซ่าอาจเป็นเพียงหนึ่งเหตุการณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นควรเป็นโอกาสให้เรากลับมาทบทวนว่า กฎหมายฉบับนี้ชัดเจนพอแล้วหรือยัง…ถ้ายังไม่ชัด ก็ต้องทำให้ชัด เพราะสุดท้ายแล้ว กฎหมายที่ดี ไม่ใช่กฎหมายที่ทำให้คนกลัว แต่คือกฎหมายที่ทุกคนรู้ว่ากติกาคืออะไร และทุกคนถูกปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกันครับ” นายเท่าพิภพ ระบุ.



