สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่า ตามเอกสารซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยื่นต่อสภาคองเกรส ระบุการอนุมัติการขายยุทโธปกรณ์ทางทหารที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 90,018 ล้านบาท) ให้แก่ยูเครน เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศ พร้อมอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้อง


หากการซื้อขายเกิดขึ้นจริง ยูเครนจะใช้เงินจากการสนับสนุนของประเทศยุโรป ร่วมกับเงินช่วยเหลือด้านการจัดหาอาวุธของสหรัฐ (เอฟเอ็มเอฟ) ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงด้านแร่ธาตุ ที่สหรัฐและยูเครนลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว


ทั้งนี้ เอฟเอ็มเอฟเป็นความช่วยเหลือในรูปแบบเงินให้เปล่า เพื่อเปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ จัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐ โดยเงินดังกล่าวจะถูกนับเป็นเงินสมทบของสหรัฐเข้าสู่กองทุนเพื่อการลงทุนฟื้นฟูยูเครน ผ่านกลไกชดเชยในอัตรา 1 ต่อ 1


สำหรับยุทโธปกรณ์ในแพ็กเกจ ประกอบด้วยขีปนาวุธเลียนแบบเอส-300 ขีปนาวุธจีเอเอ็ม-67 ระบบจรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์สำหรับป้องกันภัยทางอากาศที่เพิ่มพิสัยยิง ชุดปรับปรุงแท่นยิงและระบบยิงเคลื่อนที่ รวมถึงเรดาร์สำหรับระบบต่อต้านโดรน อย่างไรก็ตาม การซื้อขายดังกล่าวยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรสสหรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS