สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ผู้นำแคนาดา เดินทางเยือนจังหวัดโพ้นทะเลของฝรั่งเศส เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์รูปภาพหมู่เกาะแห่งนี้ รวมถึงแคนาดาและประเทศอื่น ๆ ในอเมริกาเหนือ ถูกปกคลุมด้วยธงชาติสหรัฐ

อนึ่ง รัฐบาลออตตาวาพยายามกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (อียู) ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับสหรัฐ

“สังคมของพวกเราถูกสั่นคลอนโดยพายุลูกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความปั่นป่วนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การเสื่อมถอยของบรรทัดฐานทางประชาธิปไตย และภัยคุกคามใหม่ต่ออธิปไตยของเรา ซึ่งมันถึงเวลาแล้วที่จะกระชับความสัมพันธ์ของเรา” คาร์นีย์ กล่าวในแถลงการณ์ร่วมกับมาครง

FRANCE 24 English

ขณะที่มาครงกล่าวว่า ฝรั่งเศสและแคนาดา ตกลงที่จะกระชับความสัมพันธ์ในภาคส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่อวกาศและสภาพอากาศ ไปจนถึงพลังงาน

“เราต่างเชื่อมั่นในประชาธิปไตย หลักนิติธรรม การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ การเคารพการค้าที่เสรีและเป็นธรรม การใช้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ และความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ที่เรายึดมั่น” มาครง กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับฝรั่งเศส จังหวัดแซ็ง-ปีแยร์และมีเกอลง มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากมันตั้งอยู่ใกล้กับสหรัฐและภูมิภาคอาร์กติก อีกทั้งดินแดนโพ้นทะเลแห่งนี้ ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสกับแคนาดา รวมถึงด้านพลังงาน

นอกจากนี้ มาครงกับคาร์นีย์ยังหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแคนาดากับอียู หลังกลุ่มเปิดโอกาสให้รัฐบาลออตตาวาเป็นสมาชิกสมทบรายแรก ซึ่งมาครงกล่าวว่า ฝรั่งเศสให้การสนับสนุน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS