สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า ความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์กำลังเพิ่มสูงขึ้น หลังนายเจคอบ ค็อกซอน อดีตนักวิจัยด้านเอไอของแอนโทรปิก เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สาเหตุที่เขาลาออกส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อของผู้พัฒนาที่ว่า เทคโนโลยีนี้อาจคร่าชีวิตพวกเราทุกคนได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้
หลังจากนั้น นายอีวาน ฮูบิงเกอร์ นักวิจัยจากแอนโทรปิก ก็ได้ออกมายืนยันว่า สิ่งที่ค็อกซอนพูดนั้นถูกต้อง พร้อมเสริมว่า มีโอกาสมากกว่า 10% ที่เอไอจะคร่าชีวิตมนุษย์ทุกคนได้ ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า
I recently resigned from Google DeepMind, where I worked on AGI safety and alignment research. At Google, I witnessed AI development first hand. I too am extremely concerned by the default trajectory of this technology. I earnestly believe that AI has the potential to kill us…
— bilal ???? (@bilalchughtai_) September 14, 2026
นายบิลาล ชุกตัย เขียนข้อความลงในแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า เขาเพิ่งลาออกจากกูเกิล ดีปมายด์ ที่ซึ่งเขาเคยทำงานด้านการวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัย และการปรับแนวทางของปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (เอจีไอ) ให้สอดคล้องกับมนุษย์มากที่สุด โดยเขาเชื่ออย่างจริงจังว่า เอไอมีศักยภาพที่จะคร่าชีวิตพวกเราทุกคน และเราอาจเหลือเวลาไม่มากนักในการหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ดังกล่าว
An AI researcher who recently resigned from Google DeepMind warned humanity is running out of time to prevent artificial intelligence from causing widespread harm, the latest staffer to voice concerns about the direction of the technology https://t.co/EwQsDypeOM
— Bloomberg (@business) September 15, 2026
นอกจากนั้น เขายังกล่าวด้วยว่า การพัฒนาเอไออย่างปลอดภัยนั้นเป็นไปได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่บ้าคลั่งระหว่างบริษัทผู้พัฒนาต่าง ๆ
เขาเสริมว่า เราจำเป็นต้องปรับความเร็วในการพัฒนาเอไอ ให้เหมาะสมกับขีดความสามารถในการรับมือของสังคม โดยต้องสามารถจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ได้ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



